ทำอย่างไรเราถึงจะไม่เป็นคนปากว่าตาขยิบ

ทำเรื่องดีๆ ตามที่ฉันสอน ไม่ใช่มาเลียนแบบเรื่องแย่ๆ อย่างที่ฉันทำ” ถ้าคุณเคยได้ยินคำพูดคล้ายๆ ประโยคข้างต้นจากปากใคร ให้คุณสันนิษฐานเบื้องต้นได้เลยว่าคนๆ นี้เขาเป็นคนปากว่าตาขยิบ

..คนปากว่าตาขยิบ คือ คนที่มีพฤติกรรมแตกต่างไปจากที่เขาบอกคนอื่นให้ทำ เช่น ถ้าแม่ของคุณเป็นคนดื่มเหล้า เขาจะห้ามคุณดื่มเหล้า โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เช่นว่า “มันไม่ดี อย่าดื่มเลย” หรือ “แม่กินเพื่อเข้าสังคม” เป็นต้น

คุณเป็นคนประเภทนี้หรือเปล่า?

หากใช่..คุณบอกกับตัวเองได้เลยว่าคนไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรหรอก เพราะคุณมีเจตนาที่ดีที่คอยแนะนำให้คนรอบข้างทำเรื่องดีๆ โดยไม่ต้องมาเลียนแบบเรื่องแย่ๆ ของคุณเอง แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าคุณทำเป็นแบบอย่างให้กับคนที่คุณสอนด้วย มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุไว้ว่าคนไม่ชอบให้คนที่ยังทำดีไม่สำเร็จมาสั่งสอนเพราะคิดว่าตัวผู้สอนเองยังทำไม่ได้เลย แล้วจะมาสอนให้เราทำดีได้อย่างไร

นอกจากนี้ การเป็นคนปากว่าตาขยิบยังทำให้ความน่าเชื่อถือในตัวคุณก็จะถูกลดค่าลงไปด้วย เพราะคนจะมองว่าคุณเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ยิ่งกว่าคนที่มีพฤติกรรมไม่ดีอย่างเปิดเผยเสียอีกซึ่งส่งผลต่อความไว้วางใจและคุณธรรมในตัวให้ด้อยค่าลงไปด้วยซึ่งหมายความว่าโดยภาพรวมแล้วคนกลุ่มนี้ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเท่าไรนัก

ฉะนั้น หากคุณอยากเปลี่ยนตัวเอง ไม่ให้ใครเขาว่าเราเป็นคนปากว่าตาขยิบได้ก็ลองทำตามวิธีการเหล่านี้ดูครับ

1. ไม่สั่งสอนคนอื่นในเรื่องที่เรายังทำไม่ได้

การสั่งสอนคนอื่นทั้งที่เรายังทำไม่ได้คงดูไม่ดีเท่าไหร่ ฉะนั้น ถ้าเราอยากให้ใครคนหนึ่งเลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีก็ต้องเริ่มที่เราก่อน เพื่อสร้างตัวอย่างที่ดีให้เขาเห็นและสามารถสอนผู้อื่นได้อย่างภาคภูมิใจด้วย

2. อย่าให้คำมั่นสัญญา หากคิดว่าเราทำไม่ได้

การให้คำสัญญาแบบส่งๆ ถือเป็นกับดักอันใหญ่ของคนปากว่าตาขยิบเลยก็ว่าได้ เพราะพูดไปแล้วก็ทำไมได้ กลืนน้ำลายตัวเองในตอนจบซะงั้น ฉะนั้น ถ้าจะสัญญาอะไรกับใคร แนะนำว่าเราไม่ต้องพูดว่าเราจะทำ แต่การลงมือทำให้สำเร็จเป็นเครื่องมือในการรักษาสัญญาแทน

3. อย่าเหลิงในอำนาจ

มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกาฯ พบว่าคนที่มีอำนาจจะใช้อำนาจในทางที่ผิดและไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำผิด นอกจากนี้ คนกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเข้าข้างตัวเองว่าตนเป็นคนดีเหนือกว่าคนที่มีตำแหน่งน้อยกว่าจึงทำให้เหลิงและแสดงพฤติกรรมในด้านผิดๆออกมาได

เพียง 3 ข้อง่ายๆ ลองไปปรับใช้กันดูครับ

อ้างอิงจาก https://www.nytimes.com/2017/01/13/opinion/sunday/the-real-problem-with-hypocrisy.html
https://www.psychologytoday.com/us/blog/longing-nostalgia/201611/do-you-know-hypocrite
https://www.riskology.co/hypocrisy/

รูปภาพอ้างอิง

https://www.lifehack.org/

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow