บทความทั่วไป

ครูไทยเป็นหนี้กว่า 1 ล้านล้านบาท

จากคดี ผอ.กอล์ฟ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางด้านการเงินของวิชาชีพของคุณครูที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ร่วมไปถึงปัญหาทางด้านวินัยทางการเงินจนก่อเกิดการกู้หนี้ยืมสิ้น

ครูไทยเป็นหนี้กว่า 1,100,000,000,000 บาท (หนึ่งล้านล้านบาท)

หนี้ของครูไทยตอนนี้คิดเป็น 16% ของหนี้ประเทศ และจากสถิติพบว่าครูประมาณ 4 แสนคน ซึ่งคิดเป็น 80% ของครูทั่วประเทศ มีหนี้สินเฉลี่ยคนละ 3 ล้านบาท โดย 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ ชพค. 4 แสนล้านบาท หนี้สหกรณ์ครู 7 แสนล้านบาท แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ครูไทยเป็นหนี้เพิ่มสูงขึ้น


สาเหตุว่าทำไมครูไทยถึงเป็นหนี้เยอะขนาดนี้

เพราะมาจากรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงการขาดวินัยทางการเงิน ไหนจะภาระครอบครัวอีก ทำให้คุณครูต้องเลือกที่จะกู้เงิน เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยิ่งเป็นครูต่างจังหวัดก็ต้องอยากจะมีรถไปทำงาน มีบ้านดีดีสักหลังให้พ่อแม่อยู่เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดท่าน และในยุคปัจจุบันนี้สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งกู้เงินได้อย่างไม่ยาก ทำได้ง่ายและรวดเร็วมากแต่ก่อน จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนไทยเป็นหนี้


เป็นหนี้แล้วควรทำอย่างไร

1.เริ่มต้นที่ตัวเราเอง รู้จักที่จะเพิ่มรายได้ หาอาชีพเสริม ทำงานมากขึ้น อาจจะขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้
2.นอกจากเพิ่มรายได้แล้วก็ต้องลดรายจ่ายตามด้วย เริ่มจากการลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็น เริ่มทำสมุดรายรับรายจ่าย เพื่อบริหารจัดการเงินได้ดีขึ้น
3.ออมก่อนใช้ เมื่อรายได้เข้าให้หักเงินเพื่อไปออมตามแต่กำลัง จะ 10% หรือ 20% ก็ดี เงินออมส่วนนี้จะเป็นเงินที่จะหยิบออกมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน แก้การกลับไปกู้และเป็นหนี้อีกครั้ง

ลองมาดูบุคคลตัวอย่าง ผอ.เสน่ห์ ที่เป็นตัวอย่างในการปลดหนี้ของตนเองได้ ในรายการ 4 สมการหนี้ ด้าน ชุด ปลดหนี้

ผอ.เสน่ห์ เป็นหนี้เพราะความไม่รู้ เมื่อลูกต้องการใช้เงินหรือมีปัญหาที่จำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ก็จะไปขอร้องคุณครูมาช่วยค้ำประกันในการกู้เงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 1 คนต่อ 1 แสนบาท จึงเกิดเป็นหนี้ที่สะสมกันมาอย่างยาวนาน ทางศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ ได้มีโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ครูพอเพียง ปลอดหนี้ ชีวีสมดุล” ได้ส่งวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องวินัยทางการเงินใช้เวลาอบรม 5 ครั้ง หลังจากที่ ผอ.เสน่ห์ ได้รับการอบรมจากโครงการแล้ว อีกทั้งยังบอกเรื่องที่ตนเองเป็นหนี้ให้กับลูกได้รับฟัง เพราะอยากให้ลูกมาช่วยแบ่งเบาภาระ ให้ปลดหนี้ได้ไวขึ้นและ ผอ.เสน่ห์ ได้ติดสินใจลาออกจากกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เมื่อลาออกจะได้เงินมาหนึ่งก้อน เมื่อลูกชายเรียนจบแล้วเงินที่เคยส่งให้ลูกชายก็ไม่ต้องส่งแล้วก็สามารถนำเงินตรงนี้ไปจ่ายเงินต้นเพิ่มได้อีก ก็เลยทำให้การชำระหนี้จาก 9 ปี เหลือเพียง 11 เดือน โดยการปิดเงินต้นให้หมดก่อนเพื่อจะทำให้ลดดอกเบี้ยน้อยลงที่สุด
.
อ้างอิง
https://www.matichon.co.th/education/news_1893622
https://wealthmeup.com/news-debt/
https://www.youtube.com/watch?v=hwbai_y3jxI&t=101s

บทความที่เกี่ยวข้อง

พ่อแม่เป็นโรคอัลไซเมอร์

สมมติว่าวันหนึ่งพ่อจำคุณไม่ได้หรือเขาอาจจะถามคุณในคำถามเดิมซ้ำๆ วันละหลายครั้งและยังถามแบบนั้นซ้ำๆ ทุกวัน คุณคิดว่าคุณจะทำอย่างเดียวกับทั้ง 2 คนนี้ไหม? หากพ่อหรือแม่ของคุณเป็นโรคอัลไซเมอร์

“พ่อพี่เป็นถึงขั้นจำตัวเองและพี่ไม่ได้ แต่เขาไม่เคยลืมมอบรอยยิ้มให้พี่” พี่จอย

วันที่พี่รู้สึกแย่ที่สุดมันไม่ใช่วันแรกที่รู้ว่าเขาเป็นนะ แต่เป็นวันที่หมอบอกว่าอาการของพ่อพี่เป็นหนักแล้ว กินยาไปก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งที่ทำได้คือประคับประคองแกไปเรื่อยๆ หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก็ช็อก ทำใจนานเกือบปีเพราะในใจเราอยากได้พ่อคนเดิมกลับมา แต่สิ่งที่พ่อแสดงออกกับสิ่งหมอพูดมันตรงกันไปซะทุกอย่าง พ่อลืมหมดแล้วจริงๆ ทั้งตัวเองและก็พี่ การพูดก็พอพูดได้เป็นคำๆ เช่น “หิว” “อิ่ม” “พอ”

แต่สุดท้ายพี่ก็มองว่ามันไม่เป็นไรเลย เพราะยังมีสิ่งหนึ่งที่พ่อไม่ลืม พ่อยังยิ้มให้พี่ทุกทีที่เข้าไปหา ร้องเอาขนมทุกทีที่พี่เอาไปฝาก พี่รับรู้ได้ว่าถึงพ่อจะจำพี่ไม่ได้เลยก็ตาม แต่ความผูกพันระหว่างพี่กับท่านมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม พ่อยังยิ้มให้พี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย

“พ่อพี่ลืมบ่อยแค่ไหนแต่เป็นเพราะโรค แต่พี่ไม่ควบคุมคำพูดเหมือนลืมว่าพ่อก็ยังมีความรู้สึกอยู่” พี่เวย์

วันนั้นพี่อาบน้ำอยู่ พ่อก็มาเคาะประตู ครั้งแรกพี่ก็ตอบเขาว่า “มีอะไรครับพ่อ”

พ่อใช้การเคาะประตูอีกครั้งเป็นคำตอบ พี่ก็เลยคิดว่าไม่ได้ตอบอะไรดีกว่า

แต่พ่อไม่หยุด พ่อเคาะต่อ “ก๊อกๆๆ” ครั้งที่สาม สี่ ห้า พอครั้งที่หก พี่ปรี๊ดมาก ตะคอกออกไป “อะไรพ่อ!!” เขาก็เงียบไป พอพี่ออกมาเห็นเขานิ่งไปเลย ไม่ยอมพูดอะไร ปกติแค่ 10-20 นาที เขาก็ทำอะไรซ้ำๆ ใหม่แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เลย แววตาของพ่อแสดงความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้พี่ถึงขั้นรู้สึกผิดไปเลย มานึกเอาทีหลังว่าที่ท่านทำเพราะอยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วยซึ่งในตอนนั้น ท่านมีสามารถทำได้แค่นั้น แต่เราดันแสดงอารมณ์แย่ๆ ออกไป ไม่นึกถึงความรู้สึกของท่านสักนิดเลย

เรื่องนี้มันติดอยู่ในใจพี่มากเลยตั้งกฎการตอบสนองพ่อขึ้นมาใหม่ เช่น ถ้าท่านถามคำถามเดิมซ้ำกันหลายๆ รอบ พี่ก็จะตอบเขาให้มากกว่าเดิมจาก 2 เป็น 4 ครั้ง หรือว่าวันไหนที่เรามีความรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ เราต้องไม่ตะคอกใส่เขา แต่ให้ใช้เป็นการกอดหรือใช้ภาษากายแทนการพูดตอบซึ่งพอได้ลองทำจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้หนักหนาเกินไปและไม่ได้ทำให้พ่อไม่พอใจกับคำตอบแบบนี้เลย

สิ่งที่ควรรู้หากคุณต้องดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่พบได้มากในวัยผู้สูงอายุซึ่งมีข้อมูลเผยออกมาว่าโรคนี้ในทุกๆ 68 วินาทีจะมีคนเป็นเพิ่ม 1 คน

สำหรับประเทศไทยเมื่อย้อนกลับไปในปี 2558 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน และมีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยจะสูงถึง 1,117,000 คน ในปี 2573 ซึ่งคนใกล้ชิดของเราอาจจะเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นก็ได้ ฉะนั้น เราลองมาดูคำแนะนำจากพี่จอยและพี่เวย์กันครับ

1. ยอมรับให้ได้ว่าเมื่อคนใกล้ชิดเป็นโรคนี้แล้ว เขาก็คือส่วนหนึ่งในชีวิตของเราที่เราต้องดูแลเพราะโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

2. ตกลงกับตัวเองและคนรอบข้างว่าจะแบ่งเวลาดูแลผู้ป่วยอย่างไร จะมีใครที่ดูแลบ้างและแต่ละคนทำหน้าที่อะไร เพราะเราต้องอยู่ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างใกล้ชิดตลอ

3. อดทนกับคำพูดซ้ำๆ ของผู้ป่วยให้ได้และไม่หงุดหงิดใส่ หากรู้สึกไม่ไหวให้ออกมาจากตรงนั้นทำให้ตัวเองอารมณ์เย็นก่อนค่อยกลับเข้าไปใหม่

4. พาผู้ป่วยทำกิจกรรมฝึกความจำเพื่อบริหารสมอง เช่น การฝึกถามตอบความรู้ทั่วไป เล่นดนตรีไทย หรือจะเป็นการนำของเล่นพัฒนาสมองเด็กมาให้ผู้ป่วยเล่นได้

5. ใส่ใจผู้ป่วยให้มากขึ้น เช่น ชวนคุย พาเที่ยว พยายามทำให้เขาได้เจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เขาจะได้ไม่ซึมและไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2t5vFIt

อ้างอิงภาพจาก http://bit.ly/2Ee38CM

บทความที่เกี่ยวข้อง

พ่อแม่เหมาะกับประกันสุขภาพแบบไหน

ปัญหาสุขภาพมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้นของพ่อแม่อยู่แล้ว แอดเชื่อว่าหลายคนคงเล็งๆ การทำประกันให้พ่อแม่อยู่บ้าง แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าแผนประกันไหนจะเหมาะกับพ่อแม่มากที่สุด

วันนี้แอดเลยนำข้อมูลและจุดเด่นของแผนประกันผู้สูงอายุที่เป็นที่นิยมจาก 4 บริษัทประกันชื่อดังมาฝากเพื่อประกอบการตัดสินใจกันครับ

1. ประกันชีวิตอาวุโสโอเค ของบริษัท เอไอเอ จำกัด (มหาชน)

แผนประกันนี้สามารถเลือกรับความคุ้มครองได้มากถึง 200,000 บาท และยังให้การคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี ในกรณีเสียชีวิตภายใน 2 ปีแรกจะได้รับเงินเท่ากับเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว บวกด้วยเงินเพิ่มอีก 2% ของเบี้ยประกันดังกล่าว ส่วนเสียชีวิตภายใน 3 ปีขึ้นไปรับ 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2tlFBhlhttp://bit.ly/36CBqvY

2. ประกันเอ็กตร้าแคร์ ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

แผนประกันนี้มีให้เลือกมากถึง 5 แผน โดยแผนคุ้มครองที่ 3,4,5 สามารถเลือกความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลได้สูงสุดถึง 400,000 บาทต่อครั้ง และแผนคุ้มครองที่ 5 สามารถเลือกค่าห้องได้สูงสุด 6,000 บาทต่อวัน อายุรับประกันตั้งแต่อายุ 6-70 ปี และให้ความคุ้มครองถึงอายุ 81 ปี

สามารถตรวจสอบความคุ้มครองของแต่ละแผนได้ที่ http://bit.ly/2svXXMg

3. มรดกเพิ่มพูน (เพื่อผู้สูงอายุ) ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ( มหาชน )

ประกันสุขภาพผู้สูงอายุของไทยประกันชีวิตให้การคุ้มครองสุขภาพผู้สูงอายุไปจนถึงอายุ 90 ปี เบี้ยเริ่มต้นเพียงวันละ 8 บาท โดยช่วยคุ้มครองอุบัติเหตุพิเศษสูงสุด 1,200,000 บาทเมื่ออยู่ครบสัญญา รับเงินสูงสุด 450,000 บาทเพื่อเป็นเงินก้อนให้ลูกหลานได้ ลูกๆ สามารถสมัครให้พ่อแม่ได้ตั้งแต่ 50-75 ปีเลย

ตรวจสอบความคุ้มครองของแต่ละแผนได้ที่ http://bit.ly/2srAJ9R

4. ประกันชีวิต สูงวัย สบายกระเป๋า (เพื่อผู้สูงอายุ) ของ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด

แผนประกันนี้ประกันเน้นช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องนอนโรพยาบาล โดยแผนสูงสุดรับเงินชดเชยวันละ 2,500 บาท และรับเงินก้อนเมื่อผ่าตัดใหญ่แผนสูงสุดรับ 25,000 บาท ให้ความคุ้มครองสูงสุดเมื่อในกรณีที่เสียชีวิต 750,000 บาทและเมื่ออยู่ครบสัญญา แผนสูงสุดจะได้รับเงินก้อน 2,000,000 บาท ฉะนั้น อุ่นใจได้เลยว่าคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2tc49Jp,

 

อ้างอิงรูปภาพ http://bit.ly/2sw20YY

บทความที่เกี่ยวข้อง

4 สูตรเมนูสร้างความประทับใจให้คนรัก

อาหารมื้อแรกที่เราจะทำให้แฟน มันคงต้องมีความหมายและความอร่อยผสมลงไปด้วยใช่ไหมครับ

วันนี้ Toolmorrow จึงอยากเอาใจคนที่อยากทำอาหารมื้อแรกให้แฟนจากเมนูที่คนเข้าครัว 3 ท่านแนะนำ ตั้งแต่ระดับเชฟ เจ้าของร้านอาหารคลีนเล็กๆ และพ่อครัวร้านอาหารตามสั่ง ถ้าพร้อมแล้วผูกผ้ากันเปื้อนและเข้าครัวกันเลย

“พาสต้า ซอสเพสโต้” เมนูแนะนำจากพี่ต้น-วัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เชฟขนมหวาน

“ถ้าเป็นอาหารมื้อแรกที่เราทำเพื่อสร้างความประทับใจให้แฟน พี่อยากแนะนำทั้งเมนูของคาวและของหวาน ด้านของคาวพี่อยากให้เป็น “พาสต้า ซอสเพสโต้” เพราะเป็นเมนูที่ไม่ได้เป็นทางการมาก พอทำเสร็จแล้วหน้าตาที่ออกมาก็น่ารักดี ไม่ยากสำหรับมือใหม่แต่แฝงไปด้วยความตั้งใจตั้งแต่การเลือกเส้นและจัดจานให้คนรักครับ”

ส่วนผสมของเส้น
1. เส้นพาสต้า (แล้วแต่ชอบ)
2. น้ำมันมะกอก
3. เกลือ 1 หยิบมือ

ส่วนผสมของซอสและเนื้อสัตว์
4. กุ้ง 6 ตัว
5. ซอสเพสโต้สำเร็จรูป 1 กระป๋อง
6. น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
7. พาร์สเลย์ป่น
8. พาร์เมซานชีสขูด

วิธีทำ
การเตรียมเนื้อสัตว์พร้อมซอสเพสโต้
1. นำกุ้งไปผัดกับน้ำมันมะกอก พอสุก แต่ไม่แห้งเกินไป ตักใส่จานเพื่อพักไว้
2. ราดซอสเพสโต้สำเร็จรูปลงไปบนตัวกุ้งที่เราปรุงเสร็จแล้

การเตรียมเส้นพาสต้า
1. เตรียมหม้อใบใหญ่ปากกว้าง กะพอให้น้ำท่วมเส้นพาสต้าเล็กน้อย รอเดือดแล้วใส่เกลือเพิ่มรสชาติ
2. ใส่เส้นพาสต้าลงหม้อจนให้ปลายเส้นที่ลวกน้ำนิ่ม ค่อยกดเส้นที่เหนือน้ำตามลงไป
3. คนเบาๆ เป็นระยะ ไม่ให้เส้นติดกันหรือติดก้นหม้อ
4. ลวกเส้นตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในฉลาก แต่เทคนิคคือให้ลดเวลาลง 1 นาทีเส้นจะได้ไม่นิ่มไป
5. นำเส้นที่ได้ไปพักในชามพร้อมคลุกน้ำมันเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน

ขั้นตอนผสมเส้นกับซอส
– หลังจากที่เตรียมเส้นกับซอสเสร็จแล้วให้ราดซอสเพสโต้กุ้งที่เตรียมไว้ลงบนเส้นพาสต้าได้เลย ตกแต่งจานด้วยการโรยพาร์สเลย์ป่นและพาร์เมซานชีสป่น

“ทีรามิสุ” เมนูแนะนำจากพี่ต้น-วัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เชฟขนมหวาน

“ทีรามิสุ เมนูนี้แนะนำให้ทำเลย เพราะมันเป็นเมนูสำหรับคนรัก ตำนานเล่าว่าสมัยยังมีสงครามอยู่ ผู้ชายอิตาลีต้องออกไปรบ ภรรยาเลยนำเอาขนมปังกรอบมาผสมกับกาแฟให้สามีของตนพกติดตัวไปทานที่สนามรบ เพื่อเวลาสามีได้ทานแล้วจะได้คิดถึงภรรยาของเขา ที่มาของมันมีความหมายมากจึงเป็นเมนูที่พี่ว่าดีเลยแหละสำหรับการสร้างความประทับใจให้กับแฟนในมื้อแรก”

ส่วนผสม
1. กาแฟเอสเปรสโซ 2 ถ้วย
2. ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ 250 กรัม
3. เหล้ารัม 1/4 ถ้วย
4. ชีสมาสคาร์โปเน่ 250 กรัม
5. ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ผสมกาแฟเอสเปรสโซและเหล้ารัมในชามผสม นำเลดี้ฟิงเกอร์ลงจุ่มให้ทั่วแล้วเรียงลงถาดที่มีสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 6×16 เซนติเมตร (สูง 5 เซนติเมตร) จนเต็มถาดซึ่งเราจะเรียงเพิ่มอีก 1 ชั้นก็ได้แล้วแต่ความสูงที่เราต้องการ
2. จากนั้นลงชีสมาสคาร์โปเน่ตามลงไปกลบให้ทั่วเลดี้ฟิงเกอร์
3. โรยหน้าขนมด้วยผงโกโก้ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลย

“คอร์นิชเพสตี” เมนูแนะนำจากพี่เจี๊ยบ-ภาวดี ทองนพคุณ ทอยน์ เจ้าของร้านอาหารคลีน

“สำหรับพี่ พี่ว่าเราควรทำอาหารที่แฟนคิดถึง ไม่ได้กินมานาน แค่เราวางจานให้เขาปุ๊บเชื่อพี่คุณจะเป็นเจ้าของรอยยิ้มที่มีความสุขของเขาทั้งวันเลย เมนูแนะนำของพี่ก็เลยเป็น “คอร์นิชเพสตี” อาหารจากประเทศอังกฤษซึ่งเป็นพื้นบ้านของเขา”

ส่วนผสมของแป้งพาย
1. แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
2. เกลือ 1 หยิบมือ
3. เนย 2 ออนซ์
4. น้ำเย็น 2-3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมของไส้
1. เนื้อบด ½ ถ้วย
2. เกลือ
3. พริกไทย
4. แครอทสับ
5. หอมใหญ่สับ
6. น้ำเกรวี่สำเร็จรูป
7. ไข่ 1 ฟอง

วิธีทำ
การเตรียมแป้งพาย
1. เทแป้ง เกลือและเนยลงในชามใบใหญ่
2. ใช้มือคลุกส่วนผสมให้เข้ากันจนได้สัมผัสคล้ายเกล็ดขนมปัง โดยต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แป้งอุ่นเกินไป
3. เทน้ำลงไปพร้อมใช้มีดปาดเนยที่เย็นคนส่วนผสมให้เข้ากัน ถ้าแป้งแห้งไปให้เติมน้ำเพิ่มได้เลยน้อย
4. ปั้นเป็นก้อนแล้วห่อไว้กับพลาสติกแรปอาหารไว้ 15-30 นาที

การเตรียมไส้
1. นำเนื้อบดไปปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยใส่ได้ตามความชอบของเราเลย
2. นำเนื้อบดปรุงรสลงกระทะ ผัดกับแครอท หอมใหญ่และน้ำเกรวี่เล็กน้อยจนเนื้อสุกได้ที่ให้นำเนื้อไปใส่จานพักไว้

ขั้นตอนห่อไส้กับแป้ง
1. เริ่มจากรีดแป้งให้แบนแล้วใส่ไส้ลงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งของตัวแป้ง จากนั้นพับครึ่งแผ่นแป้งที่ว่างไว้ให้ให้ไปบรรจบปลายแผ่นแป้งอีกฝั่ง พับปลายให้เป็นทรงคล้ายกะหรี่ปั๊บให้ทั่วทุกมุมเพื่อไม่ให้ไส้หก
2. นำเข้าตู้อบโดยตั้งไฟไว้ที่อุณหภูมิ 180-200 องศา เวลาประมาณ 40-45 นาที พอสุกก็นำออกมาจากเตา ทาหน้าด้วยไข่แดงพร้อมเสิร์

“ข้าวผัดไข่” เมนูแนะนำจากพี่กอล์ฟ-สิทธิชัย ลาพิมพ์ เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง

“สำหรับผมข้าวผัดไข่ครับ เมนูที่ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่คนไทยคุ้นรส คนไม่คุ้นครัวทำให้คนรักเป็นมื้อแรก บวกกับความตั้งใจพร้อมใส่ใจลงไป จากข้าวผัดธรรมดาเป็นข้าวผัดแสนพิเศษได้ครับ”

ส่วนผสม
1. ข้าวสวย 1 ถ้วย
2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. ต้นหอมซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
9. พริกไทยป่น

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะรอจนน้ำมันเดือด ตอกไข่ลงไปแล้วค่อยๆ คนให้ไข่มันเป็นก้อน ไม่ให้เละจนเกินไป
2. พอไข่กึ่งสุกกึ่งดิบให้เอาข้าวลงตามไปผัดแล้วก็ใส่เครื่องปรุง ได้แก่ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำมันหอย
3. ใส่ต้นหอมซอยผัดวัตถุดิบเข้ากัน จากนั้นก็ปิดไฟ
4. เสิร์ฟใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชีและพริกไทยป่น เพื่อเพิ่มสีสันและช่วยชูรสขึ้นไม่ให้คาวไข่

 

อ้างอิงรูปภาพ : http://bit.ly/2DZWnVo , http://bit.ly/2P1mEJ5 , http://bit.ly/2LBhX6y , http://bit.ly/2ru5Y3Q , http://bit.ly/2RtH1jP

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 ร้านอาหารที่ควรเลี่ยงในเดทแรก ถ้าไม่อยากให้คู่รักส่ายหน้า

เดทแรกเป็นเดทสำคัญที่จะชี้ชะตาความรักของคุณว่าจะรอดหรือจะร่วง เพราะฉะนั้นการเลือกร้านอาหารสำหรับเดทแรกจึงสำคัญมาก วันนี้เรามี 5 อันดับร้านอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในเดทแรกมาฝากกัน เพื่อให้เดทแรกของคุณเป็นเดทที่น่าประทับใจ <3

1.ร้านอาหารเมนูเส้น

ร้านอาหารเมนูเส้นในที่นี้เป็นได้ทั้งก๋วยเตี๋ยว , ขนมจีน เพราะการรับประทานเมนูประเภทนี้ทำได้ยากมาก ยิ่งสำหรับคนต้องการที่จะกินแบบสุภาพ ๆ แล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะเส้นพวกนี้สามารถสะบัดไปมา และทำให้เสื้อคู่เดทของคุณเปื้อนได้ง่าย ๆ

ร้านเมนูเส้น เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก , ขนมจีน , สปาเก็ตตี้

2.ร้านอาหารเมนูแกะ

ร้านอาหารเมนูแกะในที่นี้มีหลายแบบแต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือร้านที่ขายของทะเลประเภทกุ้ง หอย ปู เพราะอาหารประเภทนี้ในการรับประทานต้องใช้มือในการช่วยแกะ ซึ่งมันคงเป็นอะไรที่ไม่งามเท่าไหร่ที่จะให้คู่เดทมานั่งมือเปื้อนแกะกุ้งกิน

ร้านเมนูแกะ เช่น ร้านอาหารซีฟู้ด กุ้ง , หอย , ปู

3.ร้านอาหารเมนูแทะ

ร้านอาหารเมนูแทะในที่นี้คืออาหารประเภทที่ต้องใช้การกัด แทะ ดูด เพื่อกินซึ่งแน่นอนเดทแรกใคร ๆ ก็อยากให้ดูดีสำหรับอีกฝ่าย  แต่ต้องมานั่งแทะไก่ทอดกับซี่โครงหมูคู่เดทคุณคงไม่ปลื้มเท่าไหร่

ร้านเมนูแทะ เช่น  ไก่ทอด , เล้งแซ่บ , ซี่โครงหมูย่าง

4.ร้านอาหารเมนูคำโต

ร้านเมนูคำโตมีหลายแบบพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ อาหารประเภทที่ต้องใช้การกัดหรือการอ้าปากที่กว้างกว่าการกินอาหารประเภทอื่น ซึ่งแน่นอนการที่ต้องอ้าปากกว้าง ๆ กินอาหารต่อหน้าคู่เดทแรกคงไม่ใช่เรื่องที่น่าจดจำสักเท่าไหร่

ร้านเมนูคำโต เช่น บิ๊กเบอร์เกอร์ , ซูชิคำโต

5.ร้านอาหารเมนูกลิ่นแรง

ร้านเมนูกลิ่นแรง เอาจริง ๆ แล้วหลายเมนูที่มีกลิ่นแรงก็อร่อยเกินห้ามใจใครหลายคน แต่การชวนคู่รักไปกินส้มตำปูปลาร้าใส่สะตอในเดทแรกก็ดูจะเป็นอะไรที่ แรงไปสักนิดหนึ่ง (หมายถึงกลิ่นนะครับ)

ร้านเมนูกลิ่นแรง เช่น ส้มตำปลาร้า , ขนมปังกระเทียม

 

แต่อย่างไรก็ตามการเดทเป็นเรื่องการตัดสินใจระหว่างคน 2 คน อย่าลืมถ้าถามคู่ของคุณด้วยว่าเขาอยากทานอะไรเป็นพิเศษในเดทแรกเพราะความเอาใจใส่นี้แหละคือสิ่งที่จะทำให้คู่รักประทับใจในเดทแรก <3

 

อ้างอิง

https://bit.ly/2DT5eYD

https://bit.ly/38jYp0y

https://bit.ly/2Rr5Lct

ภาพจาก

https://bit.ly/2LxYGmD https://bit.ly/2LMKHtj https://bit.ly/2EbMa8c

https://bit.ly/2sjQ8sK

https://bit.ly/34k6mj6

https://bit.ly/36riFLO

https://bit.ly/2taYG5L

https://bit.ly/2rsuDGh

บทความที่เกี่ยวข้อง

4 เทคนิคถ่ายรูปให้แฟนที่ผู้ชายควรรู้

ขอมือคนที่ถ่ายรูปให้แฟนแล้วไม่โดนบ่นหน่อยครับ! ไม่มี..แสดงว่าเราคือเพื่อนกัน

ไม่ต้องหงุดหงิดไป ขนาดช่างภาพอิสระอย่างพีช วรุตม์ ไฉไลพันธุ์ เจ้าของเพจ Peachy Photo ผู้เคยไปลั่นชัตเตอร์ที่งานแต่งแม่ชม “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” มาแล้วยังโดนแฟนสาวตัวเองบ่นได้เลย แต่เรื่องนี้คุณพีชบอกมีทางแก้หลังจากโดนบ่นมานาน บอกเลยว่าไม่ยาก ไปดูกันเลยว่าเราจะแก้ปัญหานี้กันยังไง

หาปัญหาให้เจอก่อน

            อันดับแรกเราต้องเข้าใจปัญหาก่อนว่ามันมีอะไรบ้าง คุณพีชบอกว่าสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักบ่นเรา คือ ทำไมต้องถ่ายรูปให้เขา ‘อ้วน’ ‘เห็นเหนียง’ ‘ตัวใหญ่’ ‘แขนใหญ่’ ‘หน้าดำ’ มันก็คือทุกสิ่งที่ผู้หญิงคิดว่าเขาสวยไม่เท่าตัวจริงนั่นแหละซึ่งปัญหานี้จริง ๆ แล้วผู้ชายอาจมองว่ามันเป็นความจริง ผู้หญิงอ้วนเอง เหนียงใหญ่เองหรืออะไรก็ตามแต่ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องแก้ไขได้และผู้ชายต้องเป็นคนบอกเขา

ถ่ายรูปให้แฟนสวยอย่างไรได้บ้าง

  1. ถ่ายแล้วไม่อ้วน

ต้องไม่ให้ผู้หญิงยืนตรงเหมือนถ่ายบัตรประชาชน เพราะจะทำให้ตัวตัน จากที่อ้วนอยู่แล้ว ดูในกล้องแม่งคูณ 10 ไปเลย วิธีแก้ก็แค่บอกให้แฟนหันข้างสัก 45 องศา ยกศอกขึ้นอย่าให้แขนติดลำตัวมากไปหรือว่าเซฟ ๆ เลยก็หาที่หลบตามมุมกำแพงหรือต้นไม้ ให้ผู้หญิงยื่นหน้าออกมาแบบจ๊ะเอ๋แค่นี้ก็ผอมลงแล้ว

แต่ถ้าอยากได้แบบชั้นสูงขึ้นมาอีกนิดก็ต้องเล่นแสงกับเงา โดยให้แสงตกที่หน้า ให้เงาตกที่ตัวหรือส่วนที่อวบที่สุดของแฟน มันก็จะทำให้รูปมีมิติ มีความน่าค้นหามากขึ้นด้วย

  1. ถ่ายแล้วหน้าไม่บาน

อย่างแรกคือถ่ายไกล ๆ ไปเลยเล็กแน่นอน อย่างที่สอง คือ ถ้าต้องการถ่ายแค่ครึ่งตัว ผู้ชายลองยกกล้องขึ้นหน่อย อย่าถ่ายแบบเสยเหนียง ยิ่งเสยก็ยิ่งอ้วน ยกกล้องขึ้นสักประมาณเหนือหน้าผากนิดหน่อย ถ่ายกดลงมาก็จะดูดีขึ้น หรือจะลองให้ผู้หญิงใช้มือปิดบางส่วนที่ใบหน้า เช่น คางหรือแก้ม มันก็เป็นท่าที่น่ารักดี

  1. ถ่ายแล้วขายาวขึ้น

ถ้าจะให้ผู้หญิงขาดูยาวขึ้น ก็คือ อย่าเหลือพื้นที่ข้างล่างของรูปไว้เยอะ บางคนเข้าใจว่าถ่ายแบบกดมุมกล้องลงจะทำให้ขายาว แต่ผิดมากยิ่งกดยิ่งขาสั้นจ้า ทางที่ดีให้ตั้งกล้องไว้ประมาณเอวผู้หญิงแล้วช้อนขึ้นมานิดหน่อย พยายามให้ขาแบบอยู่ติดกับขอบล่างของกล้อง ถ้าใช้กล้องมือถือรับรองขายาวชัวร์ หรือถ้าแฟนพ้อยต์เท้าก็บอกให้ชี้ปลายเท้ามาหากล้องอย่างนี้ก็ได้

  1. ถ่ายแล้วแขนไม่ใหญ่

อันนี้จะยากนิดนึง แต่สิ่งที่พอแก้ได้ คือ เอามือมาปิดแขน ลองเอามือเท้าสะเอวเล็ก ๆ ไม่ก็เอามือล้วงกระเป๋า เปิดศอกขึ้นหน่อยให้มีช่องว่างระหว่างข้อศอกกับลำตัวก็อาจจะช่วยให้แขนไม่ใหญ่ได้

ถ้าผู้หญิงอารมณ์เสียเพราะภาพที่เราถ่าย เราต้องพูดยังไงให้เธอใจเย็นๆ

สิ่งสำคัญ คือ หลีกเลี่ยงความจริง อย่าพูดอะไรที่ตรงเกินไป เช่น ถ้าแฟนบอกว่า “ทำไมถ่ายมาอ้วนจังเลย” อย่าไปตอบว่า “ก็เธออ้วน” ไม่งั้นพังแน่ ลองเปลี่ยนไปใช้คำพูดอ่อนโยนดู เช่น

“ลองถ่ายใหม่ไหม?”

“ลองมาดูมุมกันก่อนไหมว่ามุมไหนเธอโอเค” ให้โอกาสเขาได้เลือกมุมสวยของตัวเองและคุณตามที่เขาบอกได้ มันก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของคุณที่มีต่อเขา

นอกจากนี้ สิ่งที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุด คือ เปิดกล้องหน้าแล้วหันไปให้ผู้หญิงดู เขาจะมองเห็นว่ามุมไหนสวย พอได้มุมแล้ว เราก็แค่ถามเขาว่าพร้อมไหมแล้วเราก็กดชัตเตอร์ให้เขาเท่านั้นก็จะดีขึ้น เพราะถ้าเราโมโหไป ผู้หญิงก็ไม่ได้รูป ไม่พอเราก็หงุดหงิดด้วย กลายเป็นพังทริปที่จะไปเที่ยวกันอีก เพราะฉะนั้นถ้าหาทางลงที่ใจเย็นๆ ได้ก็น่าจะดีกว่า

เทคนิคของคุณพีชไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ทริปหน้าถ้าไปกับแฟนก็เอาไปใช้ได้เลยคุณพีชไม่หวง

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow