พ่อแม่มีส่วนทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้า

หลายคนอาจสงสัยกันว่าเด็กหรือลูกของท่านเป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วยเหรอ ? เพราะเด็กยังไม่ถึงวัยที่จะต้องรู้สึกหรือรับภาระหนักอะไรขนาดนั้น แต่จริง ๆ เด็กก็มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง ว่าสิ่งที่เขาต้องรับภาระ สิ่งที่เขาต้องโดนอะไรบ้างจากคนในครอบครัว ซึ่งยังไม่รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมภายนอกนะครับ เรามาดูกันว่าเด็กหรือลูกของท่าน ทำไมถึงมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้และอะไรคือสิ่งที่พ่อแม่ทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้า

ก่อนอื่น ! เราต้องมาทำความเข้าใจของโรคซึมเศร้าก่อน

โรคซึมเศร้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง และ โรคซึมเศร้าเรื้อรัง

  1. โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง คือ เป็นอาการซึมเศร้าที่ส่งผลถึงการทำงาน การเรียน รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน
  2. โรคซึมเศร้าเรื้อรัง คือ เป็นอาการซึมเศร้าที่มีความรุนแรงน้อยกว่า แต่ภาวะซึมเศร้าชนิดนี้จะไม่มีวันหายออกไป ซึ่งคนที่เป็นโรคซึมเศร้าชนิดเรื้อรังจะมีอาการแย่กว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง เพราะคนที่เป็นโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรัง ในบางช่วงเวลาจะต้องเผชิญกับเรื่องอะไรบ้างในแต่ละวัน และอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงอีกด้วย

4 พฤติกรรมของพ่อแม่ที่ส่งผลให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้า

ดุลูกหรือว่าลูก

การดุหรือว่าลูกไม่ได้ผิดเสมอไป การที่ดุลูกนั้นจะต้องมีเหตุผลกับลูกก่อนว่าสิ่งที่ลูกทำไปมันผิด ไม่ใช่สิ่งที่ถูก พร้อมกับอธิบายให้ลูกนั้นเข้าใจอีกด้วย แต่บางครั้งพ่อแม่ที่เหนื่อยจากการทำงาน อารมณ์จากสิ่งภายนอกที่นำเข้ามาในบ้าน ในช่วงเวลานี้แหละ ที่พ่อแม่ไม่พร้อมที่จะสั่งสอนหรืออธิบายเหตุผลให้ลูกนั้นเข้าใจได้อย่างแท้จริง เพราะอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่และคำพูดกับน้ำเสียงที่พูดออกไปให้ลูกได้ฟังคำสั่งสอน คำอธิบายเหตุผล สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกรู้สึกเหมือนถูกดุถูกว่าอยู่เสมอ ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองนั้นทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็โดยดุโดยว่าอยู่เสมอ ทำให้ลูกมีอาการจิตตกและขาดความมั่นใจในตัวเองไป พ่อแม่ควรปรับอารมณ์ก่อนที่จะคุยกับลูกทุกครั้ง

ขาดการดูแลและการเอาใจใส่

คุณพ่อคุณแม่มักไม่ค่อยมีเวลาว่างดูแลลูกสักเท่าไหร่ เพราะต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดสำหรับครอบครัวที่ต้องหาเช้ากินค่ำ แต่ลูกไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากพ่อแม่ เพราะในช่วงเวลาที่ลูกต้องการพ่อแม่ ลูกต้องการที่อยากจะเล่าเรื่องราว ลูกต้องการคำปรึกษาจากพ่อแม่ พ่อแม่กลับไม่มีเวลาว่างที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ บางครั้งพ่อแม่ก็กลับบ้านดึกหรือเหนื่อยจากที่ทำงานบ้าง จนไม่มีเวลาดูแลลูก ทำให้ลูกรู้สึกโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ เพียงคนเดียว

ไม่เคยที่จะรับฟังลูก

หลายครั้งที่ลูกอยากจะเล่าเรื่องราว อยากจะอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจ อยากจะบอกเหตุผลที่ให้พ่อแม่เข้าใจหรืออยากระบายเรื่องราวต่าง ๆ กับสิ่งที่ลูกได้ไปเจอมา คุณพ่อคุณแม่มักจะไม่ค่อยรับฟังลูกสักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ลูกเล่าหรืออธิบายอะไรให้ฟัง ล้วนเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ได้ให้ความสนใจและเป็นสิ่งที่ไร้สาระสำหรับคุณพ่อคุณแม่นั้นเอง คุณพ่อคุณแม่มักคิดว่าลูกจะต้องฟังคำพูดจากเราเพียงอย่างเดียว ต้องฟังสิ่งที่พ่อแม่พูดเท่านั้น ถ้าลูกจะอธิบายหรือบอกเหตุผลอะไรก็ตาม ก็จะหาว่าเถียงพ่อแม่ ไม่เชื่อฟัง ซึ่งทำให้ลูกรู้สึกกดดันและอึดอัดในสิ่งที่เขาพูดกับพ่อแม่ไม่ได้ เพราะลูกก็ไม่รู้ว่าที่จะไปเล่าเรื่องราวหรืออธิบายกับใครให้เข้าใจได้กับสิ่งที่ลูกต้องเผชิญหน้าอยู่คนเดียว “ลูกมีเพียงแค่พ่อแม่ที่อยู่ข้างเขาเสมอ”

การถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านก็อยากให้ลูกตัวเองเก่งเหมือนใครคนอื่นเขา เวลาเจอเพื่อนบ้านหรือญาติมักจะชอบเอาลูกไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่นอยู่เสมอ ยกตัวอย่างคำพูด เช่น ทำไหมไม่เหมือนลูกข้างบ้านเลย , ทำไหมลูกไม่เรียนเก่งเหมือนลูกคนอื่น ๆ ถือจะดูเป็นคำพูดที่เหมือนแรงผลักดันก็จริง แต่น้อยมากที่ลูกจะเอาคำเปรียบเทียบของพ่อแม่ไปทำตาม การถูกเปรียบเทียบแบบนี้ ทำให้ลูกรู้สึกกดดัน รู้สึกแย่ รู้สึกไม่มีกำลังใจ และทำให้เครียดหนักมากขึ้น ในสิ่งที่ลูกต้องเจอทั้งภายนอกของโรงเรียนและภายในครอบครัว

สิ่งเหล่านี้ที่พ่อแม่กระทำกับลูก อาจทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้าได้โดยไม่รู้ตัว อย่าลืมไปว่าลูกของคุณก็มีจิตใจ มีความรู้สึก มีความคิดเป็นของตัวเอง เพราะลูกไม่มีใครก็มีแค่คุณพ่อคุณแม่ที่คอยอยู่ข้าง ๆ ลูกอยู่เสมอ เราต้องพยายามเข้าใจลูกมากขึ้น รับฟังมากขึ้น ให้กำลังใจอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีต่อลูกและไม่ทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้า

 

อ้างอิงข้อมูล
https://th.theasianparent.com
https://www.pobpad.com
http://www.piyavate.com/article/frontend/article_detail/id/54

อ้างอิงรูปภาพ
https://www.cdc.gov/

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow