พ่อแม่เป็นโรคอัลไซเมอร์

สมมติว่าวันหนึ่งพ่อจำคุณไม่ได้หรือเขาอาจจะถามคุณในคำถามเดิมซ้ำๆ วันละหลายครั้งและยังถามแบบนั้นซ้ำๆ ทุกวัน คุณคิดว่าคุณจะทำอย่างเดียวกับทั้ง 2 คนนี้ไหม? หากพ่อหรือแม่ของคุณเป็นโรคอัลไซเมอร์

“พ่อพี่เป็นถึงขั้นจำตัวเองและพี่ไม่ได้ แต่เขาไม่เคยลืมมอบรอยยิ้มให้พี่” พี่จอย

วันที่พี่รู้สึกแย่ที่สุดมันไม่ใช่วันแรกที่รู้ว่าเขาเป็นนะ แต่เป็นวันที่หมอบอกว่าอาการของพ่อพี่เป็นหนักแล้ว กินยาไปก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งที่ทำได้คือประคับประคองแกไปเรื่อยๆ หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก็ช็อก ทำใจนานเกือบปีเพราะในใจเราอยากได้พ่อคนเดิมกลับมา แต่สิ่งที่พ่อแสดงออกกับสิ่งหมอพูดมันตรงกันไปซะทุกอย่าง พ่อลืมหมดแล้วจริงๆ ทั้งตัวเองและก็พี่ การพูดก็พอพูดได้เป็นคำๆ เช่น “หิว” “อิ่ม” “พอ”

แต่สุดท้ายพี่ก็มองว่ามันไม่เป็นไรเลย เพราะยังมีสิ่งหนึ่งที่พ่อไม่ลืม พ่อยังยิ้มให้พี่ทุกทีที่เข้าไปหา ร้องเอาขนมทุกทีที่พี่เอาไปฝาก พี่รับรู้ได้ว่าถึงพ่อจะจำพี่ไม่ได้เลยก็ตาม แต่ความผูกพันระหว่างพี่กับท่านมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม พ่อยังยิ้มให้พี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย

“พ่อพี่ลืมบ่อยแค่ไหนแต่เป็นเพราะโรค แต่พี่ไม่ควบคุมคำพูดเหมือนลืมว่าพ่อก็ยังมีความรู้สึกอยู่” พี่เวย์

วันนั้นพี่อาบน้ำอยู่ พ่อก็มาเคาะประตู ครั้งแรกพี่ก็ตอบเขาว่า “มีอะไรครับพ่อ”

พ่อใช้การเคาะประตูอีกครั้งเป็นคำตอบ พี่ก็เลยคิดว่าไม่ได้ตอบอะไรดีกว่า

แต่พ่อไม่หยุด พ่อเคาะต่อ “ก๊อกๆๆ” ครั้งที่สาม สี่ ห้า พอครั้งที่หก พี่ปรี๊ดมาก ตะคอกออกไป “อะไรพ่อ!!” เขาก็เงียบไป พอพี่ออกมาเห็นเขานิ่งไปเลย ไม่ยอมพูดอะไร ปกติแค่ 10-20 นาที เขาก็ทำอะไรซ้ำๆ ใหม่แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เลย แววตาของพ่อแสดงความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้พี่ถึงขั้นรู้สึกผิดไปเลย มานึกเอาทีหลังว่าที่ท่านทำเพราะอยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วยซึ่งในตอนนั้น ท่านมีสามารถทำได้แค่นั้น แต่เราดันแสดงอารมณ์แย่ๆ ออกไป ไม่นึกถึงความรู้สึกของท่านสักนิดเลย

เรื่องนี้มันติดอยู่ในใจพี่มากเลยตั้งกฎการตอบสนองพ่อขึ้นมาใหม่ เช่น ถ้าท่านถามคำถามเดิมซ้ำกันหลายๆ รอบ พี่ก็จะตอบเขาให้มากกว่าเดิมจาก 2 เป็น 4 ครั้ง หรือว่าวันไหนที่เรามีความรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ เราต้องไม่ตะคอกใส่เขา แต่ให้ใช้เป็นการกอดหรือใช้ภาษากายแทนการพูดตอบซึ่งพอได้ลองทำจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้หนักหนาเกินไปและไม่ได้ทำให้พ่อไม่พอใจกับคำตอบแบบนี้เลย

สิ่งที่ควรรู้หากคุณต้องดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่พบได้มากในวัยผู้สูงอายุซึ่งมีข้อมูลเผยออกมาว่าโรคนี้ในทุกๆ 68 วินาทีจะมีคนเป็นเพิ่ม 1 คน

สำหรับประเทศไทยเมื่อย้อนกลับไปในปี 2558 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน และมีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยจะสูงถึง 1,117,000 คน ในปี 2573 ซึ่งคนใกล้ชิดของเราอาจจะเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นก็ได้ ฉะนั้น เราลองมาดูคำแนะนำจากพี่จอยและพี่เวย์กันครับ

1. ยอมรับให้ได้ว่าเมื่อคนใกล้ชิดเป็นโรคนี้แล้ว เขาก็คือส่วนหนึ่งในชีวิตของเราที่เราต้องดูแลเพราะโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

2. ตกลงกับตัวเองและคนรอบข้างว่าจะแบ่งเวลาดูแลผู้ป่วยอย่างไร จะมีใครที่ดูแลบ้างและแต่ละคนทำหน้าที่อะไร เพราะเราต้องอยู่ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างใกล้ชิดตลอ

3. อดทนกับคำพูดซ้ำๆ ของผู้ป่วยให้ได้และไม่หงุดหงิดใส่ หากรู้สึกไม่ไหวให้ออกมาจากตรงนั้นทำให้ตัวเองอารมณ์เย็นก่อนค่อยกลับเข้าไปใหม่

4. พาผู้ป่วยทำกิจกรรมฝึกความจำเพื่อบริหารสมอง เช่น การฝึกถามตอบความรู้ทั่วไป เล่นดนตรีไทย หรือจะเป็นการนำของเล่นพัฒนาสมองเด็กมาให้ผู้ป่วยเล่นได้

5. ใส่ใจผู้ป่วยให้มากขึ้น เช่น ชวนคุย พาเที่ยว พยายามทำให้เขาได้เจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เขาจะได้ไม่ซึมและไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2t5vFIt

อ้างอิงภาพจาก http://bit.ly/2Ee38CM
Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow