เทคนิคการสื่อสาร

ลูกคุยกับพ่อแม่อย่างสบายใจ

ถ้าอยากให้ลูกคุยกับเราอย่างสบายใจลอง ‘งด’ และ ‘ทำ’ ตามวิธีเหล่านี้ดูครับ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

1. ตีหน้าตึง
– เพราะจะคิดว่าพ่อแม่ต้องการเวลาส่วนตัว เนื่องจากเหนื่อยเรื่องงานกลัวจะไปสร้างความรำคาญให้ หรือพอจะเข้าไปคุยพ่อแม่กลับไม่สนใจที่จะฟังจนสุดท้ายทำให้เกิดระยะห่างระหว่างพ่อแม่กับลูกโดยไม่รู้ตัว
2. เอาเรื่องลูกไปเล่าต่อ
– ไม่มีใครชอบให้ตัวเองเป็นประเด็นไปพูดในทางไม่ดีหรอก ยิ่งออกมาจากคนใกล้ตัวอย่างพ่อแม่ ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่ดีไปใหญ่
3. บ่นขิงบ่นข่า
– การดุหรือเตือนลูกไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าบ่นเรื่องที่ไม่สมควรเอามาเป็นสาระจะทำให้ลูกไม่เข้าใจและไม่อยากยุ่งด้วยได้
4. คอยจับผิด
– บางครั้งที่ลูกเล่าปัญหาของตัวเองให้พ่อแม่ฟังเพื่อต้องการคำแนะนำที่ดีและคำปลอบใจจากคนที่ไว้ใจได้ แต่ถ้าพ่อแม่คอยขัด

สิ่งที่ไม่ควรทำ

1. เล่นสนุกไปกับเด็กๆ
– ลองเปลี่ยนจากผู้ใหญ่ที่เคร่งขรึมเป็นคนชิลด์ๆ ดู เพราะเด็กๆ ชอบคนที่สนุกไปพร้อมกับเขา หากใครไม่ถนัดสายนี้ลองเริ่มต้นด้วยการทำเสียงตลกๆ อย่างขึ้นเสียงสูงตอนพูดเล่นกับเด็กๆ หรือหัดเล่นหูเล่นตาบ่อยๆ ลูกก็จะสนุกไปกับเราเอง
2. เคารพลูกในฐานะคนๆ หนึ่ง
– ไม่ว่าใครก็อยากโดนปฏิบัติด้วยสิ่งที่ดีๆ ใช่ไหม? ลูกคุณก็เช่นกัน ฉะนั้น อย่าเอาเรื่องส่วนตัวของลูกไปพูดกับคนอื่นเลย
3. ทำตัวสบายๆ และอารมณ์ดี
– เข้าใจว่าการเป็นผู้ใหญ่มีหลายเรื่องที่เราต้องคิดและจดจ่ออยู่กับมันเลยทำให้หงุดหงิดง่าย แต่ผ่อนคลายดีกว่าเมื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ลูกๆ ของเรานี่แหละจะทำให้เราดีขึ้น
4. ไม่ต้อง ‘เป๊ะ!’ ตลอดเวลา
– โดยเฉพาะเวลาที่ลูกบ่นปัญหาของเขาให้ฟัง บางครั้งคุณอาจคิดว่าเขาก็มีส่วนผิดแต่ตอนนั้นอารมณ์ของเขาไม่ได้ปกติ ถ้าคุณยิ่งจับผิดเขาอีกก็ยิ่งจะทำให้ลูกน้อยใจได้

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2PVvOHK , http://bit.ly/2t4KKtK

อ้างอิงรูปภาพจาก
http://bit.ly/2SoEiIT ,<a href=”https://www.freepik.com/free-photos-vectors/people”>People photo created by jcomp – www.freepik.com</a>

บทความที่เกี่ยวข้อง

พ่อผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของลูก

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับน้องมิลค์ – ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง เด็กสาวอายุ 12 ปี ตัวแทนประเทศไทยที่สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จ ครองแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน

กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ น้องมิลค์ให้ความรักให้กับกีฬาชนิดนี้ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ใช้เวลา 2 ชั่วโมงหลังเลิกเรียนเป็นอย่างน้อย รวมถึงอาวุธลับของเธอ “คุณพ่ออาวุธ” ที่พาแชมป์โลกคนนี้เข้าวงการโดรนเรซซิ่งและอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่เป็นพี่เลี้ยงและเบื้องหลังคนสำคัญให้น้องมิลค์เสมอมา พอสรุปได้ดังนี้ครับ

1. คุณพ่ออาวุธพาน้องเข้าวงการนี้ตั้งแต่ 8 ขวบ เพราะสังเกตว่าน้องชอบมองเวลาตัวเองเล่นเฮลิคอปเตอร์บังคับ เวลาพาน้องไปงานแข่งเครื่องบังคับวิทยุต่างๆ น้องก็สนใจสิ่งเหล่านี้เป็นพิเศษก็เลยให้น้องมาลองบินโดรนซึ่งน้องก็เรียนรู้เร็วและทำได้ดีซะด้วย

2. พอเห็นว่าน้องมิลค์มีแวว พ่อก็เรียนรู้การเป็นโค้ชที่ดีและออกแบบการฝึกทักษะและการซ้อมบินโดรนต่างๆ ด้วยตัวเอง เวลาฝึกฝนเพียง 2 เดือน น้องมิลค์ลงแข่งรายการชิงแชมป์ประเทศไทย ผลปรากฏว่าเธอสามารถคว้าแชมป์ได้ทันที

3. ลงทุนซื้ออุปกรณ์บินโดรนราคาเกือบแสนบาทไทยให้น้องมิลค์เพื่อให้ได้มาตรฐานในการแข่งขัน

4. พาน้องมิลค์ฝึกซ้อมทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมงหลังน้องเลิกเรียน แม้ในช่วงแรกจะฝึกฝนได้ยากและเหนื่อยเพราะยังไม่มีใบขออนุญาตบินโดรนจึงต้องหลบๆ ซ่อนๆ

5. อยู่เคียงข้างน้องทุกแมชท์การแข่งขัน ไม่ว่าน้องจะลงแข่งขันรายการอะไรก็จะเห็นคุณพ่ออยู่ด้วยกันเสมอ อย่างในภาพประกอบบทความนี้ใกล้เวลาแข่งขันเข้าทุกทีแต่คุณพ่อก็ยังคงอยู่ข้างๆ ลูกจัดระเบียบอุปกรณ์ให้น้องมิลค์จนสุดท้ายน้องก็ป้องกันแชมป์สมัยที่สองได้ในที่สุด

ภาพความประทับใจของพ่อลูกคู่นี้ยังไม่หมด มาชมความน่ารักของทั้งคู่ได้ที่ภาพต่อไปได้เลยครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2EnHOuJhttp://bit.ly/34lwJ85http://bit.ly/2M1wl8C

อ้างอิงรูปภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=Uwg5hsdZsxk , http://bit.ly/38RkNi2 , http://bit.ly/38RkNi2 , http://bit.ly/38RkNi2 , http://bit.ly/38RkNi2

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 กิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการลูกในวัยเล็ก

พ่อแม่หลายคนไม่รู้จะหากิจกรรมอะไรให้ลูกเล่นดี เพราะกิจกรรมสำหรับลูกมีมากมาย แต่จะหากิจกรรมแบบไหนล่ะที่เหมาะสมสำหรับลูกและทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทางเราได้มี 5 กิจกรรมที่เหมาะสำหรับลูกอีกทั้งยังเสริมสร้างพัฒนาการลูกให้ดียิ่งขึ้น

1.กิจกรรมฝึกขยับมือและสายตาให้ประสานกัน

วัยเด็กเล็กอาจเล่นได้ไม่มาก เราอาจให้เด็กได้สนุกกับการขว้างสิ่งของ อาจจะเป็นของเล่นนิ่ม ๆ หรือบอลลูกเล็กเล่นกับเขาแบบส่งลูกไป ให้รับและให้เขาส่งกลับมาหาเรา เพื่อพัฒนาประสานมือและตาเข้าด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มคำสั่งหรือเพิ่มลำดับขั้นตอนในการเล่นได้ เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ และฉุกคิดได้ทุกสถานการณ์

2.กิจกรรมร้องเพลงและเต้น

การเปิดเพลงให้เด็กได้ผ่อนคลาย ทำให้ลูกในวัยเล็กได้เต้นได้ร้องเพลงตามวิดีโอและตามจังหวะเพลง กิจกรรมนี้ก็เป็นการพัฒนาการรับฟังเนื้อเพลง ได้จดจำเนื้อเพลง เป็นการเสริมสร้างทักษะลูกได้เป็นอย่างดี เพราะลูกได้สนุกไปกับเสียงเพลง ได้ทั้งการฝึกร้องฝึกพูดตามเนื้อเพลงอีกด้วย

3.กิจกรรมการเคลื่อนไหวตามจังหวะ

การเคลื่อนไหวตามจังหวะก็ถือว่าเป็นการฝึกและพัฒนาการในตัวลูกได้เป็นอย่างดี มีการเคลื่อนไหวช้า การเคลื่อนไหวเร็วตามจังหวะเสียงเพลง เมื่อเพลงหยุดก็ให้ลูกหยุดตามเพลง กิจกรรมนี้จะช่วยฝึกให้ลูกรู้จักที่จะควบคุม ทุก ๆ ครั้งที่ลูกได้ขยับร่างกายตามจังหวะ ทำให้ลูกคุ้นเคยกับการเดินมากขึ้นและการขยับร่างกายของลูกอีกด้วย

4.กิจกรรมจิตนาการและวาดภาพระบายสี

การวาดภาพระบายสีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในหลาย ๆ ครอบครัว เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายแล้วยังเสริมสร้างจิตนาการของลูกได้เป็นอย่างดี ยังช่วยฝึกความเข้าใจในสีต่าง ๆ ไม่เพียงแค่เข้าใจแถมยังจะช่วยแยกแยะว่าสีไหนใช้แบบไหน เช่น ทะเลก็สีน้ำเงิน ท้องฟ้าก็สีฟ้า พื้นหญ้าและภูเขาก็สีเขียวกับน้ำตาลและยังช่วยในเรื่องการจดจำของลูกได้เป็นอย่างดี พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะให้เล่นของเล่นมากกว่า เพราะของเล่นในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปไกลมีความน่าสนใจมากกว่าการมานั่งระบายสีธรรมดา ๆ แต่ทักษะและพัฒนาการที่ได้ก็จะต่างกัน การที่ลูกได้วาดภาพระบายสีเป็นการฝึกสร้างจิตนาการให้กับลูก อีกทั้งยังช่วยให้ลูกฝึกจับดินสอฝึกเขียนได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นและนำไปสู่การเขียนตัวหนังสือ ต่างจากของเล่นที่ทำได้แค่จิตนาการและสนุกได้เป็นอย่างดีนั้นเอง

5.กิจกรรมการอ่านและการเล่าเรื่อง

การอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกในทางด้านจิตนาการ ฝึกทางด้านภาษา การอ่านหนังสือให้ลูกฟังวันละหนึ่งครั้งจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น เพราะลูกจะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่พ่อแม่ได้มอบให้กับลูก ลูกที่เริ่มหัดพูดหัดสื่อสารกับพ่อแม่ พ่อแม่จะต้องชวนลูกพูดคุยในสิ่งที่ลูกกำลังทำอะไรอยู่ สอบถามว่าเขากำลังทำอะไร เป็นยังไงบ้าง มันเป็นแบบไหนบ้าง เพื่อให้ลูกได้เล่าเรื่องราวในสิ่งที่เขาได้จิตนการออกมา การที่พ่อแม่ชวนคุย ชวนให้ลูกได้เล่าเรื่อง เป็นการฝึกทักษะการพูด จะทำให้ลูกมีพัฒนาการการสื่อสารที่ดีขึ้น  มีทักษะการคิดวางแผนให้ลูกได้เป็นอย่างดี

 

กิจกรรมที่เราแนะนำไปไม่มากไม่น้อยที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในตัวลูกได้เป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่อยากจะให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ลองนำกิจกรรมเหล่านี้ไปใช้ดูครับ

 

อ้างอิงรูปภาพ

<a href=”https://www.freepik.com/free-photos-vectors/kids“>Kids photo created by freepik – www.freepik.com</a>

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.enfababy.com/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝึกลูกอย่างไร ให้รักษาความสะอาดบ้าน

ทำยังไงให้ลูกช่วยทำความสะอาดบ้านด้วยความเต็มใจ ? ลูกยิ่งโตยิ่งฝึกหรือสอนให้ลูกมีระเบียบวินัยยากขึ้น จะต้องฝึกลูกอย่างไรให้รู้จักรักษาความสะอาด

การทำความสะอาดบ้านถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทุกคนต้องทำ สำหรับลูกแล้วจะต้องถูกปลูกฝังและฝึกฝนตั้งแต่เล็ก ให้ลูกได้รู้จักการรักษาความสะอาด เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหมาะสมตามวัยของเขาการทำความสะอาดจะช่วยให้ลูกมีระเบียบวินัยมากขึ้น ทางเรามี 5 วิธีที่จะสามารถช่วยให้ลูกของคุณรักษาความสะอาด

1.ทำให้ลูกรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ

ในหลาย ๆ ครั้งที่ลูกจะรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เพราะด้วยความยังเด็ก ลูกจึงคิดว่าบ้านที่เขาอยู่นั้นไม่ได้สำคัญกับเขาเท่าไหร่ ทำให้ลูกคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำอะไร พ่อแม่จะต้องแสดงหรืออธิบายให้ลูกรู้สึกว่านี้คือบ้านของลูก เมื่อลูกรู้ว่าเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย ลูกจะเห็นคุณค่าและเห็นความสำคัญของบ้านมากขึ้น  อีกอย่างที่พ่อแม่จะต้องสอนต่อไปคือให้ลูกรู้จักทำความสะอาดบ้าน เพื่อให้ลูกรู้จักรักษาความสะอาดบ้านของลูกเอง

2.เปิดเพลงเพื่อเพิ่มความสนุกในการทำงานบ้าน

การเปิดเพลงจะช่วยลดความตึงเครียด ทำให้การทำความสะอาดบ้านดูน่าสนุกมากยิ่งขึ้น ลูก ๆ จะได้รู้สึกผ่อนคลายและสนุกไปกับสิ่งที่ทำอยู่ ทำให้รู้สึกว่าเวลาในการทำความสะอาดบ้านนั้นผ่านไปเร็ว งานบ้านที่น่าเบื่อหนายนั้นจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุกทันที

3.สอนลูกให้รู้จักเก็บของเล่นของตัวเอง

หากทุกครั้งที่ลูกเล่นของเล่นแล้วมักจะไม่ค่อยเก็บของที่เล่นสักเท่าไหร่ ทำให้ห้องนั้นเต็มไปด้วยของเล่นที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องค่อย ๆ สอนลูกเก็บของที่ตัวเองเล่นอย่างเป็นที่เป็นทาง เมื่อลูกรู้จักเก็บแล้วจะต้องสอนลูกให้รู้จักเล่นเป็นเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ลองตั้งกฎในการเล่น เพื่อให้ลูกมีระเบียบวินัยมากขึ้น

4.มีชุดแต่งกายในการทำงานบ้าน

การที่มีชุดแต่งกายพิเศษสำหรับการทำงานบ้านนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่จะเพิ่มสีสันในการทำงานบ้านให้ดูน่าสนุกมากยิ่งขึ้น ทำให้ลูก ๆ รู้สึกตื่นเต้นกับกิจกรรมภายในบ้าน และยังทำให้ลูกรู้สึกว่าการทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องน่าสนุก

5.ทำให้ลูกเห็นภาพ

คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องอธิบายลูกด้วยภาพประกอบ ด้วยภาพห้องที่ดูสะอาด สวยงาม เพื่อให้ลูกรู้สึกอยากทำความสะอาดจะได้มีบ้านที่สวยและสะอาด อย่างที่พ่อแม่ได้เปิดภาพให้ลูกดู ทำให้ลูกมีแรงบันดาลใจในการทำความสะอาด และทำให้ลูกรู้สึกว่าบ้านของฉันต้องสะอาดเหมือนที่ได้จิตนาการไว้

วิธีที่เราได้แนะนำข้างต้นจะช่วยปลูกฝังให้ลูกของคุณมีใจรักษาความสะอาดและมีระเบียบวินัยกับตนเองมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อตัวลูกในอนาคต คุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกให้ลูกรักษาความสะอาดหรือฝึกระเบียบวินัยให้กับลูก ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ

 

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่

facebook : toolmoorrow

twitter : toolmorrow

อ้างอิง

https://th.theasianparent.com/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2

https://th.theasianparent.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B9%86-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8-2-8-%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

photo : www.freepik.com/free-photos-vectors/people”>People photo created by pressfoto – www.freepik.com

https://www.freepik.com/free-photo/washing-dishes_5399550.htm#page=1&query=family%20cleaning&position=1

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 เทคนิคการสื่อสารเชิงบวกกับลูก

หลายปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวอาจมาจากการสื่อสารที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะการสื่อสารระหว่างลูกกับพ่อแม่ ที่หลายๆครั้งประสบปัญหาการสื่อสารไม่เข้าใจกัน ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งทางด้านสภาวะอารมณ์ สังคม สิ่งแวดล้อม เราได้รวบรวม 10 เทคนิคที่จะช่วยในเรื่องการสื่อสารกับลูกให้ดีขึ้น

1.I-Message

เป็นการพูดคุยกับลูกโดยเน้น “ความรู้สึกของเราหรือตัวเองเป็นที่ตั้ง” เริ่มจากการอธิบายว่าเรารู้สึกอย่างไร เราจึงต้องการให้ลูกปรับเปลี่ยนนิสัย หรือทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกเหมือนถูกตำหนิหรือโดนดุนั่นเอง แต่ต้องเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ยกตัวอย่างเช่น แม่เป็นห่วง กลัวหนูทำการบ้านไม่ทันเวลา หนูเล่นมือถือน้อยลงได้มั้ยคะ

ยกตัวอย่างการพูด

แม่ : ลูกทำอะไรอยู่เหรอ

ลูก : เล่นโทรศัพท์ครับ

แม่ : แม่เป็นห่วงลูกนะ อยากให้ลูกทำการบ้านให้เสร็จก่อนนะ

ลูก : ครับแม่ ถ้าผมทำการบ้านเสร็จ สามารถเล่นโทรศัพท์ได้เหมือนใช่ไหมครับแม่

แม่ : ได้สิลูก ถ้าลูกทำการบ้านเสร็จแล้วนะ

2.คำชม

การชมลูกทำให้ลูกรู้สึกภูมิใจและมีคุณค่า การชมควรชมจากเหตุการณ์จริงในเรื่องที่เหมาะสม ไม่ชมพร่ำเพรื่อ เป้าหมายของการชมเพื่อให้เขาก้าวหน้าและมีกำลังใจ  การชม เป็นทักษะที่ใช้เพื่อสร้างความมั่นใจและช่วยให้ลูกได้เห็นข้อดีของตัวเอง

ยกตัวอย่างการพูด

ลูก : แม่ เกรดหนูออกมาไม่ดีเลยค่ะ หนูขอโทษนะคะแม่

แม่ : แม่ไม่เสียใจหรอกจ้ะ แม่รู้สึกภูมิใจที่เห็นลูกอ่านหนังสือ พยายามที่จะทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี ลูกแม่เก่งขึ้นมากเลยนะ

3.สะท้อนความรู้สึก

การสะท้อนความรู้สึก เป็นทักษะที่มีไว้เพื่อทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกของลูก ผ่านการรับฟังโดยไม่ตัดสินและการตั้งคำถาม เพื่อให้ลูกได้บอกความรู้สึกที่อยู่ในใจของเขา

ยกตัวอย่างการพูด

แม่ : ทำไมหนูถึงไม่กล้าเต้นล่ะคะ

ลูก : หนูเขิน หนูเลยไม่กล้าเต้นค่ะแม่ หนูอายคนอื่น

แม่ : แม่เข้าใจว่าหนูกังวลมากเลยใช่ไหม ?  เอาอย่างงี้ตอนที่ลูกขึ้นไปเต้นและมองมาที่แม่นะ แม่อยู่หน้าเวที มองหนูอยู่ตลอดเวลา หนูไม่ต้องไปมองคนอื่นนะ

4.การตั้งกฎเกณฑ์

การตั้งกฎเกณฑ์ถือเป็นการฝึกวินัยให้ลูกอยู่ในระเบียบวินัยมากขึ้น และเป็นการเตรียมพร้อมให้ลูกปรับตัวกับระเบียบข้อบังคับของสังคมในอนาคตได้อย่างดี ซึ่งการตั้งกฎเกณฑ์จำเป็นต้องเป็นการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่กฎที่พ่อแม่ตั้งขึ้นมาเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้ลูกรับรู้บทลงโทษตั้งแต่แรก

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : แม่ไม่อยากให้ลูกกลับบ้านดึกเกินสามทุ่มจ้ะ เพราะพอเริ่มดึกแม่ก็จะเป็นห่วง ถ้าลูกจะกลับดึกลูกต้องโทรบอกแม่ทุกครั้งนะ

ลูก : ได้ครับ ผมจะโทรบอกแม่ครับ

แม่ : แล้วถ้าลูกไม่โทรบอกแม่ว่าจะกลับดึกล่ะ จะให้แม่ทำโทษอย่างไรดี

ลูก : ตัดเงินค่าขนม 20% ก็ได้ครับ

แม่ : โอเคจ้ะ ตกลงตามนี้นะ

5.การลงโทษ

การลงโทษทำเพื่อให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น รู้จักรับผิดชอบต่อกฎเกณฑ์ในบ้านที่ตั้งไว้ การที่ลูกจะโดนลงโทษต้องมีเหตุมีผลว่าทำไมถึงโดนลงโทษ ต้องสัมพันธ์กับปัญหา รวมถึงสอบถามความคิดเห็นของลูกว่าตัวเองควรถูกทำโทษอย่างไรจึงจะเหมาะ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสทำความเข้าในความผิดของตน และหลีกเลี่ยงการกระทำผิดซ้ำๆ

ยกตัวอย่างการพูด

แม่ : ทำไมวันนี้กลับบ้านดึกแล้วไม่โทรบอกแม่

ลูก : ก็ไปทำงานที่บ้านเพื่อนมาครับ แล้วลืมโทรบอก

แม่ : เราตกลงกันไว้แล้วใช่มั้ยว่าถ้าจะกลับดึกลูกต้องโทรบอกแม่ก่อน ถ้ากลับดึกแล้วไม่บอกจะโดนอะไรนะครับ

ลูก : ตัดเงินค่าขนม 20% ครับ

แม่ : ใช่เลยจ้ะ เพราะฉะนั้นทีหลังอย่าลืมโทรบอกแม่นะลูก

6.การให้รางวัล

จุดประสงค์ของการให้รางวัลคือ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามที่พ่อแม่ต้องการ

ข้อสำคัญของการให้รางวัลคือ ต้องเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับร่วมกัน ไม่ใช่ความต้องการของพ่อแม่ฝ่ายเดียว และต้องให้รางวัลในสิ่งที่คิดว่าลูกทำได้ดีจริง ๆ

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : เกรดเป็นยังไงบ้างลูก

ลูก : ได้เกรด 3 นิดๆ ครับ

แม่ : ไม่ว่าลูกจะได้เท่าไหร่แม่ก็ภูมิใจในตัวลูกอยู่เสมอนะ แม่เห็นว่าลูกมีความพยายามมาตลอด ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ทบทวนหนังสือ เดี๋ยวแม่พาไปเลี้ยงนะลูก อยากทานอะไรครับ

ลูก : อาหารญี่ปุ่นครับ ขอบคุณนะครับแม่

7.การให้คำปรึกษา

การให้คำปรึกษากับลูกทำให้เขาเกิดความไว้วางใจกับพ่อแม่ได้ ทำให้ลูกกล้าที่จะพูดเรื่องราวที่เขาเจอ เรื่องราวที่เขากำลังประสบปัญหา และเรื่องราวที่เขาอยากรู้อีกมากมาย ซึ่งยังลดช่องว่างระหว่างวัย และช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น

พ่อ : เป็นอะไรลูก ทำไมนั่งเงียบเชียว

ลูก : ไม่มีอะไรค่ะ

พ่อ : มีอะไรบอกพ่อได้นะ พ่อจะอยู่เป็นเพื่อนหนู ไม่ว่าหนูหรอก

ลูก : ถ้าเล่าให้พ่อฟัง พ่อจะฟังหนูก่อนไหม ถ้าเล่าแล้วพ่อจะเชื่อหนูไหม

พ่อ : ไหนลองเล่ามาก่อนสิ

ลูก : หนูทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียน ไม่เข้าใจกันและไม่คุยกัน ทั้ง ๆที่หนูก็ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเขาเลยค่ะ

พ่อ : หนูก็เลยเสียใจใช่มั้ย ไม่เป็นไรนะ พ่อก็อยู่ข้าง ๆ หนูอยู่เสมอ

8.การจัดการพฤติกรรมวัยรุ่น

เมื่อลูกเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นย่อมมีการเปลี่ยนหลายอย่าง เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม ด้านความคิดและจิตใจ เพราะฉะนั้น เวลาที่ลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พ่อแม่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือ คอยเป็นห่วงเป็นใยลูกอยู่เสมอ พร้อมแก้ไขปัญหาไปทีละเรื่อง ควรมองให้ออกว่าปัญหาใดที่ทำให้สมาชิกภายในบ้านเดือดร้อนหรือปัญหาใดควรจะปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : ลูกก็โตเป็นสาวแล้ว ตอนนี้มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบมั่งหรือเปล่าจ๊ะ

ลูก : ก็ไม่มีนะคะแม่

แม่ : จริงเหรอ เนี่ยสมัยแม่สาว ๆ ผู้ชายมาจีบเพียบเลย หัวบันไดบ้านไม่เคยแห้ง เพราะงั้นถ้าลูกมีใครเข้ามาจีบก็ปรึกษาแม่ได้นะ แม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้

ลูก : จริง ๆ ก็มีคุยอยู่คนหนึ่งนะคะแม่ แต่เหมือนเขาก็มีแฟนอยู่แล้ว หนูก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

แม่ : ไหนลองเม้าท์ให้แม่ฟังหน่อยสิจ๊ะ

 9.การแสดงความเห็นใจ

เป็นการแสดงออกที่ทำให้เห็นถึงความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องแสดงออกให้ลูกได้รับรู้ เมื่อลูกประสบปัญหาอะไรเขาจะเข้ามาหาพ่อแม่เป็นอันดับแรกเพราะรู้สึกปลอดภัยที่จะเข้ามาขอคำปรึกษา

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : ลูกมีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหม ? แม่เป็นห่วงลูกนะ มีอะไรพูดกับแม่ได้นะ แม่ไม่ดุลูกหรอก

ลูก : อ่า ครับแม่ ก็มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยครับ

แม่ : ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยว่าไม่สบายใจเรื่องอะไรสิ

ลูก : ครับแม่ ก็เมื่อวานมีการสอบย่อยครับ แต่ผมทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แม่ : ไม่เป็นไรนะลูก งั้นครั้งหน้าลูกลองเตรียมพร้อมให้มากขึ้นกว่ารอบนี้ ทวนในสิ่งที่ไม่มั่นใจให้มากขึ้นนะ ลูกแม่เก่งอยู่แล้ว

10.การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การใช้คำพูดที่เหมาะสมกับลูกที่จะทำให้ลูกรู้สึกดีไม่มีการประชดกัน ไม่ใช่แค่การพูดคุยเพียงอย่างเดียว อาจต้องมีกิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ลูกไว้ใจและยอมเปิดเผยสิ่งที่เก็บไว้เพราะกลัวเราจะดุหรือไม่พอใจเขา เมื่อลูกไว้ใจเรา เราจะสามารถทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกของลูกได้ง่ายยิ่งขึ้น

แม่ : มีเรื่องจะเล่าให้แม่ฟังไหม

ลูก : แม่จะฟังเรื่องอะไร แต่ละวันมีเรื่องเยอะแยะมากมาย

แม่ : เรื่องส่วนตัวมีไหม ?

ลูก : เงินไม่พอใช้ เรื่องเรียนก็ยากขึ้นเรื่อยค่ะ

แม่ : ไม่ ๆ เรื่องส่วนตัวมีไหม ? แบบความรักอะไรแบบนี้

ลูก : อ่า ก็มีผู้ชายมาชอบค่ะแม่

แม่ : จริง สิ ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ แม่อยากรู้จังว่าใครน้ามาชอบลูกสาวแม่

 

สิ่งที่เราแนะนำไป จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สื่อสารกับลูกได้ดียิ่งขึ้น เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้ลูกนั้นมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่จะนำไปใช้ได้มากแค่ไหน

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่

facebook : toolmoorrow

twitter : toolmorrow

อ้างอิง

https://www.thaihealth.or.th/Content/48714-10%20เทคนิค%20สื่อสารอย่างไรกับลูกวัยทีน.html

photo

http://www.propertystationkl.com/teluk-panglima-garang.html

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow