10 เทคนิคการสื่อสารเชิงบวกกับลูก

หลายปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวอาจมาจากการสื่อสารที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะการสื่อสารระหว่างลูกกับพ่อแม่ ที่หลายๆครั้งประสบปัญหาการสื่อสารไม่เข้าใจกัน ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งทางด้านสภาวะอารมณ์ สังคม สิ่งแวดล้อม เราได้รวบรวม 10 เทคนิคที่จะช่วยในเรื่องการสื่อสารกับลูกให้ดีขึ้น

1.I-Message

เป็นการพูดคุยกับลูกโดยเน้น “ความรู้สึกของเราหรือตัวเองเป็นที่ตั้ง” เริ่มจากการอธิบายว่าเรารู้สึกอย่างไร เราจึงต้องการให้ลูกปรับเปลี่ยนนิสัย หรือทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกเหมือนถูกตำหนิหรือโดนดุนั่นเอง แต่ต้องเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ยกตัวอย่างเช่น แม่เป็นห่วง กลัวหนูทำการบ้านไม่ทันเวลา หนูเล่นมือถือน้อยลงได้มั้ยคะ

ยกตัวอย่างการพูด

แม่ : ลูกทำอะไรอยู่เหรอ

ลูก : เล่นโทรศัพท์ครับ

แม่ : แม่เป็นห่วงลูกนะ อยากให้ลูกทำการบ้านให้เสร็จก่อนนะ

ลูก : ครับแม่ ถ้าผมทำการบ้านเสร็จ สามารถเล่นโทรศัพท์ได้เหมือนใช่ไหมครับแม่

แม่ : ได้สิลูก ถ้าลูกทำการบ้านเสร็จแล้วนะ

2.คำชม

การชมลูกทำให้ลูกรู้สึกภูมิใจและมีคุณค่า การชมควรชมจากเหตุการณ์จริงในเรื่องที่เหมาะสม ไม่ชมพร่ำเพรื่อ เป้าหมายของการชมเพื่อให้เขาก้าวหน้าและมีกำลังใจ  การชม เป็นทักษะที่ใช้เพื่อสร้างความมั่นใจและช่วยให้ลูกได้เห็นข้อดีของตัวเอง

ยกตัวอย่างการพูด

ลูก : แม่ เกรดหนูออกมาไม่ดีเลยค่ะ หนูขอโทษนะคะแม่

แม่ : แม่ไม่เสียใจหรอกจ้ะ แม่รู้สึกภูมิใจที่เห็นลูกอ่านหนังสือ พยายามที่จะทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี ลูกแม่เก่งขึ้นมากเลยนะ

3.สะท้อนความรู้สึก

การสะท้อนความรู้สึก เป็นทักษะที่มีไว้เพื่อทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกของลูก ผ่านการรับฟังโดยไม่ตัดสินและการตั้งคำถาม เพื่อให้ลูกได้บอกความรู้สึกที่อยู่ในใจของเขา

ยกตัวอย่างการพูด

แม่ : ทำไมหนูถึงไม่กล้าเต้นล่ะคะ

ลูก : หนูเขิน หนูเลยไม่กล้าเต้นค่ะแม่ หนูอายคนอื่น

แม่ : แม่เข้าใจว่าหนูกังวลมากเลยใช่ไหม ?  เอาอย่างงี้ตอนที่ลูกขึ้นไปเต้นและมองมาที่แม่นะ แม่อยู่หน้าเวที มองหนูอยู่ตลอดเวลา หนูไม่ต้องไปมองคนอื่นนะ

4.การตั้งกฎเกณฑ์

การตั้งกฎเกณฑ์ถือเป็นการฝึกวินัยให้ลูกอยู่ในระเบียบวินัยมากขึ้น และเป็นการเตรียมพร้อมให้ลูกปรับตัวกับระเบียบข้อบังคับของสังคมในอนาคตได้อย่างดี ซึ่งการตั้งกฎเกณฑ์จำเป็นต้องเป็นการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่กฎที่พ่อแม่ตั้งขึ้นมาเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้ลูกรับรู้บทลงโทษตั้งแต่แรก

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : แม่ไม่อยากให้ลูกกลับบ้านดึกเกินสามทุ่มจ้ะ เพราะพอเริ่มดึกแม่ก็จะเป็นห่วง ถ้าลูกจะกลับดึกลูกต้องโทรบอกแม่ทุกครั้งนะ

ลูก : ได้ครับ ผมจะโทรบอกแม่ครับ

แม่ : แล้วถ้าลูกไม่โทรบอกแม่ว่าจะกลับดึกล่ะ จะให้แม่ทำโทษอย่างไรดี

ลูก : ตัดเงินค่าขนม 20% ก็ได้ครับ

แม่ : โอเคจ้ะ ตกลงตามนี้นะ

5.การลงโทษ

การลงโทษทำเพื่อให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น รู้จักรับผิดชอบต่อกฎเกณฑ์ในบ้านที่ตั้งไว้ การที่ลูกจะโดนลงโทษต้องมีเหตุมีผลว่าทำไมถึงโดนลงโทษ ต้องสัมพันธ์กับปัญหา รวมถึงสอบถามความคิดเห็นของลูกว่าตัวเองควรถูกทำโทษอย่างไรจึงจะเหมาะ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสทำความเข้าในความผิดของตน และหลีกเลี่ยงการกระทำผิดซ้ำๆ

ยกตัวอย่างการพูด

แม่ : ทำไมวันนี้กลับบ้านดึกแล้วไม่โทรบอกแม่

ลูก : ก็ไปทำงานที่บ้านเพื่อนมาครับ แล้วลืมโทรบอก

แม่ : เราตกลงกันไว้แล้วใช่มั้ยว่าถ้าจะกลับดึกลูกต้องโทรบอกแม่ก่อน ถ้ากลับดึกแล้วไม่บอกจะโดนอะไรนะครับ

ลูก : ตัดเงินค่าขนม 20% ครับ

แม่ : ใช่เลยจ้ะ เพราะฉะนั้นทีหลังอย่าลืมโทรบอกแม่นะลูก

6.การให้รางวัล

จุดประสงค์ของการให้รางวัลคือ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามที่พ่อแม่ต้องการ

ข้อสำคัญของการให้รางวัลคือ ต้องเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับร่วมกัน ไม่ใช่ความต้องการของพ่อแม่ฝ่ายเดียว และต้องให้รางวัลในสิ่งที่คิดว่าลูกทำได้ดีจริง ๆ

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : เกรดเป็นยังไงบ้างลูก

ลูก : ได้เกรด 3 นิดๆ ครับ

แม่ : ไม่ว่าลูกจะได้เท่าไหร่แม่ก็ภูมิใจในตัวลูกอยู่เสมอนะ แม่เห็นว่าลูกมีความพยายามมาตลอด ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ทบทวนหนังสือ เดี๋ยวแม่พาไปเลี้ยงนะลูก อยากทานอะไรครับ

ลูก : อาหารญี่ปุ่นครับ ขอบคุณนะครับแม่

7.การให้คำปรึกษา

การให้คำปรึกษากับลูกทำให้เขาเกิดความไว้วางใจกับพ่อแม่ได้ ทำให้ลูกกล้าที่จะพูดเรื่องราวที่เขาเจอ เรื่องราวที่เขากำลังประสบปัญหา และเรื่องราวที่เขาอยากรู้อีกมากมาย ซึ่งยังลดช่องว่างระหว่างวัย และช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น

พ่อ : เป็นอะไรลูก ทำไมนั่งเงียบเชียว

ลูก : ไม่มีอะไรค่ะ

พ่อ : มีอะไรบอกพ่อได้นะ พ่อจะอยู่เป็นเพื่อนหนู ไม่ว่าหนูหรอก

ลูก : ถ้าเล่าให้พ่อฟัง พ่อจะฟังหนูก่อนไหม ถ้าเล่าแล้วพ่อจะเชื่อหนูไหม

พ่อ : ไหนลองเล่ามาก่อนสิ

ลูก : หนูทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียน ไม่เข้าใจกันและไม่คุยกัน ทั้ง ๆที่หนูก็ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเขาเลยค่ะ

พ่อ : หนูก็เลยเสียใจใช่มั้ย ไม่เป็นไรนะ พ่อก็อยู่ข้าง ๆ หนูอยู่เสมอ

8.การจัดการพฤติกรรมวัยรุ่น

เมื่อลูกเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นย่อมมีการเปลี่ยนหลายอย่าง เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม ด้านความคิดและจิตใจ เพราะฉะนั้น เวลาที่ลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พ่อแม่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือ คอยเป็นห่วงเป็นใยลูกอยู่เสมอ พร้อมแก้ไขปัญหาไปทีละเรื่อง ควรมองให้ออกว่าปัญหาใดที่ทำให้สมาชิกภายในบ้านเดือดร้อนหรือปัญหาใดควรจะปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : ลูกก็โตเป็นสาวแล้ว ตอนนี้มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบมั่งหรือเปล่าจ๊ะ

ลูก : ก็ไม่มีนะคะแม่

แม่ : จริงเหรอ เนี่ยสมัยแม่สาว ๆ ผู้ชายมาจีบเพียบเลย หัวบันไดบ้านไม่เคยแห้ง เพราะงั้นถ้าลูกมีใครเข้ามาจีบก็ปรึกษาแม่ได้นะ แม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้

ลูก : จริง ๆ ก็มีคุยอยู่คนหนึ่งนะคะแม่ แต่เหมือนเขาก็มีแฟนอยู่แล้ว หนูก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

แม่ : ไหนลองเม้าท์ให้แม่ฟังหน่อยสิจ๊ะ

 9.การแสดงความเห็นใจ

เป็นการแสดงออกที่ทำให้เห็นถึงความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องแสดงออกให้ลูกได้รับรู้ เมื่อลูกประสบปัญหาอะไรเขาจะเข้ามาหาพ่อแม่เป็นอันดับแรกเพราะรู้สึกปลอดภัยที่จะเข้ามาขอคำปรึกษา

ยกตัวอย่างคำพูด

แม่ : ลูกมีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหม ? แม่เป็นห่วงลูกนะ มีอะไรพูดกับแม่ได้นะ แม่ไม่ดุลูกหรอก

ลูก : อ่า ครับแม่ ก็มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยครับ

แม่ : ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยว่าไม่สบายใจเรื่องอะไรสิ

ลูก : ครับแม่ ก็เมื่อวานมีการสอบย่อยครับ แต่ผมทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แม่ : ไม่เป็นไรนะลูก งั้นครั้งหน้าลูกลองเตรียมพร้อมให้มากขึ้นกว่ารอบนี้ ทวนในสิ่งที่ไม่มั่นใจให้มากขึ้นนะ ลูกแม่เก่งอยู่แล้ว

10.การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การใช้คำพูดที่เหมาะสมกับลูกที่จะทำให้ลูกรู้สึกดีไม่มีการประชดกัน ไม่ใช่แค่การพูดคุยเพียงอย่างเดียว อาจต้องมีกิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ลูกไว้ใจและยอมเปิดเผยสิ่งที่เก็บไว้เพราะกลัวเราจะดุหรือไม่พอใจเขา เมื่อลูกไว้ใจเรา เราจะสามารถทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกของลูกได้ง่ายยิ่งขึ้น

แม่ : มีเรื่องจะเล่าให้แม่ฟังไหม

ลูก : แม่จะฟังเรื่องอะไร แต่ละวันมีเรื่องเยอะแยะมากมาย

แม่ : เรื่องส่วนตัวมีไหม ?

ลูก : เงินไม่พอใช้ เรื่องเรียนก็ยากขึ้นเรื่อยค่ะ

แม่ : ไม่ ๆ เรื่องส่วนตัวมีไหม ? แบบความรักอะไรแบบนี้

ลูก : อ่า ก็มีผู้ชายมาชอบค่ะแม่

แม่ : จริง สิ ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ แม่อยากรู้จังว่าใครน้ามาชอบลูกสาวแม่

 

สิ่งที่เราแนะนำไป จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สื่อสารกับลูกได้ดียิ่งขึ้น เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้ลูกนั้นมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่จะนำไปใช้ได้มากแค่ไหน

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่

facebook : toolmoorrow

twitter : toolmorrow

อ้างอิง

https://www.thaihealth.or.th/Content/48714-10%20เทคนิค%20สื่อสารอย่างไรกับลูกวัยทีน.html

photo

http://www.propertystationkl.com/teluk-panglima-garang.html

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow