4 นิสัยของพ่อแม่ ที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมหรือนิสัยของคุณพ่อคุณแม่จะผ่านสายตาของลูกอยู่เสมอ ลูกที่อยู่ในวัยกำลังเติบโต วัยแห่งการเรียนรู้ และวัยแห่งการการเลียนแบบพฤติกรรม ลูกที่เติบโตขึ้น ในอนาคตจะได้พฤติกรรมและนิสัยจากพ่อแม่ติดตัวไป พ่อแม่จึงควรหยุด 4 นิสัยแย่ ๆ เหล่านี้

1) ทำลายกฎของตัวเองที่คุณตั้งไว้ในบ้าน

เวลาที่คุณพ่อคุณแม่กำหนดกฎเกณฑ์ในบ้าน เพื่อหวังว่าให้ทุกคนในครอบครัวอยู่ในระบบระเบียบมากขึ้น กฎเกณฑ์ที่ถูกตั้งนั้นไม่ควรมีไว้เพื่อใช้บังคับแค่กับลูกเพียงอย่างเดียว พ่อแม่จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตัวเองสร้างขึ้น  เพื่อทำให้ลูกเห็นว่ากฎเกณฑ์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่ลูกที่ถูกบังคับใช้เพียงฝ่ายเดียว ในความเป็นจริงแล้ว อาจจะมีการยืดหยุ่นกันได้บ้าง แต่ก็ไม่ควรยืดหยุ่นจนสุด กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำตามเพื่อให้เป็นตัวอย่างสำหรับลูก อย่าคาดหวังว่าลูกจะเคารพและทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้น ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่เองยังไม่สามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในบ้านได้เลย

2) การไม่พูดว่า “ไม่” กับลูกและการให้เหตุผล

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่จะตามใจลูก ซึ่งก็เป็นผลดีต่อลูก แต่ในทางกลับกันอาจส่งผลเสียทางด้านนิสัยของลูก การปฏิเสธหรือพูดคำว่า ‘ไม่’ กับลูกไม่ได้แย่เสมอไป แต่การพูดคำว่า ‘ไม่’ กับลูกจะต้องมีเหตุผลมารองรับด้วยว่าเป็นเพราะอะไร

3) เวลาโกรธใส่ลูก

คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธลูกได้ แต่การที่จะโกรธลูกนั้นจะต้องโกรธเป็นเรื่อง ๆ ไป และเป็นเรื่องที่ลูกทำผิดจริง อย่าจ้องจับผิดหรือโกรธเรื่องไม่เป็นเรื่องจนมากเกินไป เพราะการที่ลูกของคุณทำอะไรผิดหรือทำอะไรเป็นครั้งแรก ลูกมักจะทำไปด้วยความไม่รู้ ถ้าลูกโดนดุโดนโกรธ  จะทำให้ลูกรู้สึกว่าบ้านก็ไม่ต่างจากคุกที่มีพ่อแม่เป็นผู้คุม สั่งให้ทำอะไรต้องให้ได้แบบนั้น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นการทำลายความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวลูก การที่จะโกรธอะไรลูกจึงต้องมีเหตุผล และต้องบอกเหตุผลนั้นกับลูกด้วย

4) ไม่มีเวลาดูแลลูก

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ครอบครัวมักไม่มีเวลาให้ลูกอยู่เสมอเนื่องจากต้องทำงานบ้าง หรือยุ่งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดสำหรับพ่อแม่ที่จะต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงครอบครัว แต่ลูกของคุณอาจไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกต้องการพ่อแม่มากที่สุด พ่อแม่อาจจะปล่อยให้ลูกเผชิญหน้ากับเรื่องที่เลวร้ายอย่างโดดเดี่ยวก็เป็นได้ การที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้าน การที่ต้องกินข้าวคนเดียว ทำการบ้านคนเดียวโดยไม่สามารถปรึกษาอะไรจากพ่อแม่ได้ เพราะพ่อแม่มัวยุ่งอยู่กับงาน กลับบ้านดึกบ้าง จึงไม่มีเวลาดูแลและให้ความอบอุ่นกับลูกได้ ทำให้ลูกรู้สึกเดียวดายอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่ควรให้เวลาหรืออยู่กับลูกให้มากขึ้นและให้ความสำคัญในทุก ๆ วันของลูก ยิ่งถ้าเป็นวันพิเศษยิ่งห้ามละเลยเด็ดขาด

คุณพ่อคุณแม่ที่มีพฤติกรรมหรือนิสัยเหล่านี้ควรรีบปรับปรุงและควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ เพราะพฤติกรรมของคุณส่งผลกับลูกในอนาคตได้

ข้อมูลที่อ้างอิง

https://www.familytoday.com/parenting/4-bad-parenting-habits-you-need-to-stop-doing-right-now/

ภาพที่อ้างอิง

https://www.freepik.com/premium-photo/angry-couple-lover-white-t-shirt-grey-background_4550924.htm

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow