toolmorrow

Social and Behavior Change Communication lab

เริ่มต้นจากการวิจัย วางกลยุทธ์ ออกแบบสื่อ หรือ ออกแบบกิจกรรมเพื่อทำลายความเชื่อผิดๆ และปรับความคิด “ชุดใหม่” อย่างมีมิติผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ พฤติกรรม และสังคมให้ดีขึ้น

ผลงานของเรา

ความรุนแรงในเด็ก

Problem

ในปัจจุบันความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กล้วนมาจากสังคม ครอบครัว สิ่งแวดล้อม แนวคิด และวัฒนธรรมที่เป็นมาอย่างยาวนาน ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็ก ทำให้เด็ก ไม่มีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ในสังคมผู้คนบางส่วนอาจเห็นพ่อแม่ทำร้ายเด็ก แต่ไม่อาจเข้าไปช่วยอะไรเด็กได้ เพราะคิดว่าเขาเป็นเพียงคนนอกถ้าเข้าไปยุ่งก็หาว่า “ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ซึ่งไม่มีการแก้ไขแต่อย่างไร จึงเป็นปัญหาในอดีตจนถึงปัจจุบัน และอาจส่งไปถึงอนาคตคน จนในปัจจุบันนี้มีจำนวนเด็กนับแสนรายที่ถูกทำร้าย

Idea

เราได้ลองสร้างสถานการณ์ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีพ่อและลูกสาว ซึ่งทางเราได้ให้ลูกสาวออกมาช่วยพ่อทำงานเก็บจาน เสริฟน้ํา เสริฟอาหารให้กับลูกค้า พ่อก็ตะโกนเรียกลูกบอกให้ลูกไปทำการบ้านไปอ่านหนังสือ พร้อมกับการทำร้ายร่างกายลูกและว่าลูกของตน เพื่อดูปฏิกิริยาคนแถว ๆ นั้นว่าเขามีพฤติกรรมหรือการตอบสนองกับสถานการณ์ที่เกิดอย่างไร เพื่อทดสอบสังคมว่าเมื่อเจอเด็กที่โดนทำร้ายคุณจะมีวิธีการช่วยเหลืออย่างไร

Result

คนในเหตุการณ์รู้สึกเป็นห่วงเด็กที่ถูกทำร้ายเป็นอย่างมาก แต่กับไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้ ไม่แน่ใจจะยื่นมือไปช่วยอย่างไร ถ้าเข้าไปช่วยหรือไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับครอบครัวคนอื่นจะโดนหาว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ ซึ่งคนในสังคมยังมีความกังวนในเรื่องที่จะช่วยเด็กเป็นอย่างมาก ไม่อาจก้าวก่ายเข้าไปช่วยอะไรได้เลย สิ่งเดียวที่คนในสังคมทำได้คือการโทรแจ้งตำรวจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

50 VS 30

Problem

การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียบนท้องถนน
โดยเฉพาะถนนในชุมชนที่มีความกว้างไม่เกิน 7 หากถูกรถชนที่ 80 km/h จะมีโอกาสรอดชีวิตเหลือเพียง 15%
แม้ในบางพื้นที่จะมีการติดตั้งป้ายจำกัดความเร็วแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าผู้ขับขี่ไม่ได้สนใจถึงผลกระทบที่จะตามมา

Idea

เราชวนอาสาสมัครมาทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นใหม่ เราจำลองสถานการณ์ให้ผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็ว 2 แบบ ได้แก่
ขับที่ความเร็ว 50 km/h และ 30 km/h เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วขนาดไหนที่จะทำให้รอดพ้นหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

แยกขยะไปก็เทรวมอยู่ดี?

Problem

แม้ว่าประเทศไทยรณรงค์เรื่องการแยกขยะมาหลายปี แต่ถือว่าไม่ค่อยสำเร็จเพราะเรายังเชื่อว่า “แยกไปก็ไปเทรวมกันอยู่ดี”

Idea

เราพิสูจน์ความเชื่อของสังคมว่า “แยกไปก็เทรวมกันอยู่ดี” ว่านั่นเป็นความเชื่อที่ถูกต้องหรือไม่? ด้วยการสร้างสถานการณ์ทิ้งขยะในแต่ละแบบ ได้แก่ 1.แยกขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไปออกจากกัน 2. แยกขยะรีไซเคิลกับขยะทั่วไปออกจากกัน 3. ไม่แยกขยะ ผลปรากฏว่ารถเก็บขยะแยกขยะโดยส่วนมาก ยิ่งประชาชนช่วยกันแยกขยะมากเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้นเท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

โกงตามน้ำ

Problem

“โกงตามน้ำ” คือแนวคิดหนึ่งที่ใช้อธิบายพฤติกรรมการโกงของมนุษย์ ตัวเราเองมีแนวโน้มที่จะโกง
เมื่อสังคมรอบตัวพยายามจะฝ่าฝืนกฎระเบียบ และในบางครั้งการโกงของเราเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
และในหลายครั้งเราพยายามหาข้ออ้างเพื่อลบล้างความรู้สึกผิดในใจ

Idea

เราต้องการตั้งคำถามต่อพฤติกรรมการโกงตามน้ำ ด้วยการทำให้เห็นโดยประจักษ์
เพื่อนำไปสู่คำถามต่อไปว่า “เราจะจัดการกับมันอย่างไร?”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความเชื่อเรื่องเพศ

Problem

แม้หลักสูตรการศึกษาของไทยจะมีการสอนเรื่องเพศศึกษา แต่สถิติกลับบ่งบอกว่ามีวัยรุ่นไทยเพียงส่วนน้อยที่เข้าใจเรื่องเพศอย่างแท้จริง
ปัญหาส่วนสำคัญเกิดจากการสอนเพศศึกษาที่ไม่รอบด้าน อีกทั้งยังมีผู้ใหญ่บางกลุ่มที่เชื่อว่า “เด็กสมัยนี้รู้ดีกว่าเราอีก”
จึงทำให้การเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาไม่ได้รับความสำคัญ

Idea

ทีมงานได้สร้างสถานการณ์เฟ้นหาพิธีกรวัยรุ่น และทดสอบความรู้เรื่องเพศของพวกเขา เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาเข้าใจเรื่องเพศจริงหรือ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

อย่าตามใจลูก

Problem

ผู้ใหญ่ทุกคนรู้ถึงอันตรายเมื่อไม่ใส่หมวกกันน็อก แต่สถิติบ่งบอกว่ามีเด็กไทยเพียง 7% ที่ใส่หมวกกันน็อกขณะเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ โดยส่วนมากเกิดจากเห็นตัวอย่างจากผู้ใหญ่ที่ไม่ใส่หมวกกันน็อก เราจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กเหล่านี้ ได้รับการปกป้องระหว่างการเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์

Idea

เราสร้างสถานการณ์เพื่อทดสอบครอบครัวที่สวมหมวกกันน็อกให้กับลูกหลานเป็นประจำ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันหนึ่งเด็กๆ กลับงอแงเพราะไม่อยากใส่หมวกกันน็อก ผู้ปกครองจะหาวิธีในการโน้มน้าวให้ลูกหลานของพวกเขาสวมหมวกกันน็อกได้อย่างไร

บทความที่เกี่ยวข้อง

Our Clients

WEEKLY UPDATES

พ่อแม่เหมาะกับประกันสุขภาพแบบไหน

ปัญหาสุขภาพมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้นของพ่อแม่อยู่แล้ว แอดเชื่อว่าหลายคนคงเล็งๆ การทำประกันให้พ่อแม่อยู่บ้าง แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าแผนประกันไหนจะเหมาะกับพ่อแม่มากที่สุด

วันนี้แอดเลยนำข้อมูลและจุดเด่นของแผนประกันผู้สูงอายุที่เป็นที่นิยมจาก 4 บริษัทประกันชื่อดังมาฝากเพื่อประกอบการตัดสินใจกันครับ

1. ประกันชีวิตอาวุโสโอเค ของบริษัท เอไอเอ จำกัด (มหาชน)

แผนประกันนี้สามารถเลือกรับความคุ้มครองได้มากถึง 200,000 บาท และยังให้การคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี ในกรณีเสียชีวิตภายใน 2 ปีแรกจะได้รับเงินเท่ากับเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว บวกด้วยเงินเพิ่มอีก 2% ของเบี้ยประกันดังกล่าว ส่วนเสียชีวิตภายใน 3 ปีขึ้นไปรับ 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2tlFBhlhttp://bit.ly/36CBqvY

2. ประกันเอ็กตร้าแคร์ ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

แผนประกันนี้มีให้เลือกมากถึง 5 แผน โดยแผนคุ้มครองที่ 3,4,5 สามารถเลือกความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลได้สูงสุดถึง 400,000 บาทต่อครั้ง และแผนคุ้มครองที่ 5 สามารถเลือกค่าห้องได้สูงสุด 6,000 บาทต่อวัน อายุรับประกันตั้งแต่อายุ 6-70 ปี และให้ความคุ้มครองถึงอายุ 81 ปี

สามารถตรวจสอบความคุ้มครองของแต่ละแผนได้ที่ http://bit.ly/2svXXMg

3. มรดกเพิ่มพูน (เพื่อผู้สูงอายุ) ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ( มหาชน )

ประกันสุขภาพผู้สูงอายุของไทยประกันชีวิตให้การคุ้มครองสุขภาพผู้สูงอายุไปจนถึงอายุ 90 ปี เบี้ยเริ่มต้นเพียงวันละ 8 บาท โดยช่วยคุ้มครองอุบัติเหตุพิเศษสูงสุด 1,200,000 บาทเมื่ออยู่ครบสัญญา รับเงินสูงสุด 450,000 บาทเพื่อเป็นเงินก้อนให้ลูกหลานได้ ลูกๆ สามารถสมัครให้พ่อแม่ได้ตั้งแต่ 50-75 ปีเลย

ตรวจสอบความคุ้มครองของแต่ละแผนได้ที่ http://bit.ly/2srAJ9R

4. ประกันชีวิต สูงวัย สบายกระเป๋า (เพื่อผู้สูงอายุ) ของ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด

แผนประกันนี้ประกันเน้นช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องนอนโรพยาบาล โดยแผนสูงสุดรับเงินชดเชยวันละ 2,500 บาท และรับเงินก้อนเมื่อผ่าตัดใหญ่แผนสูงสุดรับ 25,000 บาท ให้ความคุ้มครองสูงสุดเมื่อในกรณีที่เสียชีวิต 750,000 บาทและเมื่ออยู่ครบสัญญา แผนสูงสุดจะได้รับเงินก้อน 2,000,000 บาท ฉะนั้น อุ่นใจได้เลยว่าคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก http://bit.ly/2tc49Jp,

 

อ้างอิงรูปภาพ http://bit.ly/2sw20YY

บทความที่เกี่ยวข้อง

แม่ที่อุทิศเวลาทั้งเช้าเพื่อคนในครอบครัว

ถ้าใครเคยดูการ์ตูนเรื่องชินจังจอมแก่นอาจจะจำภาพ “โนฮาร่า มิซาเอะ” คุณแม่ของชินจังตัวเอกของเรื่องว่าจู้จี้ ขี้บ่น เจ้าอารมณ์และมีท่าไม้ตาย “กำปั้นสว่าน” เขกใส่สามีและลูกของตัวเองเสมอ

แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความเจ้าระเบียบนี้มาจากมิซาเอะหวังจะให้ครอบครัวดูดีและไม่น้อยหน้าใครต่างหากล่ะ

วันนี้ toolmorrow เลยลองหยิบตัวอย่างกิจวัตรช่วงเช้าของครอบครัวนี้มาให้ทุกคนรู้กันว่าเธอทำเพื่อครอบครัวอย่างไร

1. ตื่นก่อนทุกคนในบ้านเสมอ

– เพื่อให้ทุกคนในบ้านออกไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ทันในแต่ละวัน มิซาเอะจึงเป็นคนแรกของบ้านที่ต้องตื่นมาเพื่อปลุกทุกคนเสมอ

2. เตรียมอาหารเช้าสำหรับครอบครัว

– หากมีจานที่กองระเกะระกะบนโต๊ะอาหารที่กินไว้ตั้งแต่เมื่อคืน มิซาเอะคนนี้ก็ต้องรีบจัดการทำความสะอาดเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับสามีและลูกๆ กินในช่วงเช้า

3. เป็นตัวกระตุ้นและเรียกพลังให้คนในบ้าน

– แม้ว่าท่าทางการดึงพลังของมิซาเอะจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าใบหน้าที่เกรี้ยวกราดนี่แหละทำให้สามีอย่าง “โนฮาร่า ฮิโรชิ” ตื่นได้และพร้อมออกไปทำงาน

4. เก็บที่นอนให้คนในบ้าน

– ช่วงเวลาเพียงแว้บเดียวระหว่างที่พ่อลูกตระกูลโนฮาร่าดื่มด่ำกับมื้อเช้า มิซาเอะอาศัยจังหวะนี้ปลีกตัวออกมาในห้องนอนเพื่อเก็บที่นอนให้ทุกคนในบ้านอย่างเงียบๆ โดยไม่บ่นหรือว่าใครในบ้านไม่ช่วยเธอเลย

5. คนขับรถจำเป็นให้ชินจัง

– แม้ว่าชินจังจะมีรถรับส่งของโรงเรียนมารับทุกวัน แต่ก็มีหลายครั้งที่ชินจังตกรถเพราะความขี้เซา มิซาเอะเลยต้องไปส่งลูกด้วยจักรยานคู่ใจ โดยที่ไม่ลืมคู่หูตัวน้อย “ฮิมาวาริ” ลูกสาวคนเล็กติดสอยห้อยตามไปด้วย

 

อ้างอิงภาพจาก http://bit.ly/35I4VMN

บทความที่เกี่ยวข้อง

4 สูตรเมนูสร้างความประทับใจให้คนรัก

อาหารมื้อแรกที่เราจะทำให้แฟน มันคงต้องมีความหมายและความอร่อยผสมลงไปด้วยใช่ไหมครับ

วันนี้ Toolmorrow จึงอยากเอาใจคนที่อยากทำอาหารมื้อแรกให้แฟนจากเมนูที่คนเข้าครัว 3 ท่านแนะนำ ตั้งแต่ระดับเชฟ เจ้าของร้านอาหารคลีนเล็กๆ และพ่อครัวร้านอาหารตามสั่ง ถ้าพร้อมแล้วผูกผ้ากันเปื้อนและเข้าครัวกันเลย

“พาสต้า ซอสเพสโต้” เมนูแนะนำจากพี่ต้น-วัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เชฟขนมหวาน

“ถ้าเป็นอาหารมื้อแรกที่เราทำเพื่อสร้างความประทับใจให้แฟน พี่อยากแนะนำทั้งเมนูของคาวและของหวาน ด้านของคาวพี่อยากให้เป็น “พาสต้า ซอสเพสโต้” เพราะเป็นเมนูที่ไม่ได้เป็นทางการมาก พอทำเสร็จแล้วหน้าตาที่ออกมาก็น่ารักดี ไม่ยากสำหรับมือใหม่แต่แฝงไปด้วยความตั้งใจตั้งแต่การเลือกเส้นและจัดจานให้คนรักครับ”

ส่วนผสมของเส้น
1. เส้นพาสต้า (แล้วแต่ชอบ)
2. น้ำมันมะกอก
3. เกลือ 1 หยิบมือ

ส่วนผสมของซอสและเนื้อสัตว์
4. กุ้ง 6 ตัว
5. ซอสเพสโต้สำเร็จรูป 1 กระป๋อง
6. น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
7. พาร์สเลย์ป่น
8. พาร์เมซานชีสขูด

วิธีทำ
การเตรียมเนื้อสัตว์พร้อมซอสเพสโต้
1. นำกุ้งไปผัดกับน้ำมันมะกอก พอสุก แต่ไม่แห้งเกินไป ตักใส่จานเพื่อพักไว้
2. ราดซอสเพสโต้สำเร็จรูปลงไปบนตัวกุ้งที่เราปรุงเสร็จแล้

การเตรียมเส้นพาสต้า
1. เตรียมหม้อใบใหญ่ปากกว้าง กะพอให้น้ำท่วมเส้นพาสต้าเล็กน้อย รอเดือดแล้วใส่เกลือเพิ่มรสชาติ
2. ใส่เส้นพาสต้าลงหม้อจนให้ปลายเส้นที่ลวกน้ำนิ่ม ค่อยกดเส้นที่เหนือน้ำตามลงไป
3. คนเบาๆ เป็นระยะ ไม่ให้เส้นติดกันหรือติดก้นหม้อ
4. ลวกเส้นตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในฉลาก แต่เทคนิคคือให้ลดเวลาลง 1 นาทีเส้นจะได้ไม่นิ่มไป
5. นำเส้นที่ได้ไปพักในชามพร้อมคลุกน้ำมันเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน

ขั้นตอนผสมเส้นกับซอส
– หลังจากที่เตรียมเส้นกับซอสเสร็จแล้วให้ราดซอสเพสโต้กุ้งที่เตรียมไว้ลงบนเส้นพาสต้าได้เลย ตกแต่งจานด้วยการโรยพาร์สเลย์ป่นและพาร์เมซานชีสป่น

“ทีรามิสุ” เมนูแนะนำจากพี่ต้น-วัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เชฟขนมหวาน

“ทีรามิสุ เมนูนี้แนะนำให้ทำเลย เพราะมันเป็นเมนูสำหรับคนรัก ตำนานเล่าว่าสมัยยังมีสงครามอยู่ ผู้ชายอิตาลีต้องออกไปรบ ภรรยาเลยนำเอาขนมปังกรอบมาผสมกับกาแฟให้สามีของตนพกติดตัวไปทานที่สนามรบ เพื่อเวลาสามีได้ทานแล้วจะได้คิดถึงภรรยาของเขา ที่มาของมันมีความหมายมากจึงเป็นเมนูที่พี่ว่าดีเลยแหละสำหรับการสร้างความประทับใจให้กับแฟนในมื้อแรก”

ส่วนผสม
1. กาแฟเอสเปรสโซ 2 ถ้วย
2. ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ 250 กรัม
3. เหล้ารัม 1/4 ถ้วย
4. ชีสมาสคาร์โปเน่ 250 กรัม
5. ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ผสมกาแฟเอสเปรสโซและเหล้ารัมในชามผสม นำเลดี้ฟิงเกอร์ลงจุ่มให้ทั่วแล้วเรียงลงถาดที่มีสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 6×16 เซนติเมตร (สูง 5 เซนติเมตร) จนเต็มถาดซึ่งเราจะเรียงเพิ่มอีก 1 ชั้นก็ได้แล้วแต่ความสูงที่เราต้องการ
2. จากนั้นลงชีสมาสคาร์โปเน่ตามลงไปกลบให้ทั่วเลดี้ฟิงเกอร์
3. โรยหน้าขนมด้วยผงโกโก้ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลย

“คอร์นิชเพสตี” เมนูแนะนำจากพี่เจี๊ยบ-ภาวดี ทองนพคุณ ทอยน์ เจ้าของร้านอาหารคลีน

“สำหรับพี่ พี่ว่าเราควรทำอาหารที่แฟนคิดถึง ไม่ได้กินมานาน แค่เราวางจานให้เขาปุ๊บเชื่อพี่คุณจะเป็นเจ้าของรอยยิ้มที่มีความสุขของเขาทั้งวันเลย เมนูแนะนำของพี่ก็เลยเป็น “คอร์นิชเพสตี” อาหารจากประเทศอังกฤษซึ่งเป็นพื้นบ้านของเขา”

ส่วนผสมของแป้งพาย
1. แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
2. เกลือ 1 หยิบมือ
3. เนย 2 ออนซ์
4. น้ำเย็น 2-3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมของไส้
1. เนื้อบด ½ ถ้วย
2. เกลือ
3. พริกไทย
4. แครอทสับ
5. หอมใหญ่สับ
6. น้ำเกรวี่สำเร็จรูป
7. ไข่ 1 ฟอง

วิธีทำ
การเตรียมแป้งพาย
1. เทแป้ง เกลือและเนยลงในชามใบใหญ่
2. ใช้มือคลุกส่วนผสมให้เข้ากันจนได้สัมผัสคล้ายเกล็ดขนมปัง โดยต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แป้งอุ่นเกินไป
3. เทน้ำลงไปพร้อมใช้มีดปาดเนยที่เย็นคนส่วนผสมให้เข้ากัน ถ้าแป้งแห้งไปให้เติมน้ำเพิ่มได้เลยน้อย
4. ปั้นเป็นก้อนแล้วห่อไว้กับพลาสติกแรปอาหารไว้ 15-30 นาที

การเตรียมไส้
1. นำเนื้อบดไปปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยใส่ได้ตามความชอบของเราเลย
2. นำเนื้อบดปรุงรสลงกระทะ ผัดกับแครอท หอมใหญ่และน้ำเกรวี่เล็กน้อยจนเนื้อสุกได้ที่ให้นำเนื้อไปใส่จานพักไว้

ขั้นตอนห่อไส้กับแป้ง
1. เริ่มจากรีดแป้งให้แบนแล้วใส่ไส้ลงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งของตัวแป้ง จากนั้นพับครึ่งแผ่นแป้งที่ว่างไว้ให้ให้ไปบรรจบปลายแผ่นแป้งอีกฝั่ง พับปลายให้เป็นทรงคล้ายกะหรี่ปั๊บให้ทั่วทุกมุมเพื่อไม่ให้ไส้หก
2. นำเข้าตู้อบโดยตั้งไฟไว้ที่อุณหภูมิ 180-200 องศา เวลาประมาณ 40-45 นาที พอสุกก็นำออกมาจากเตา ทาหน้าด้วยไข่แดงพร้อมเสิร์

“ข้าวผัดไข่” เมนูแนะนำจากพี่กอล์ฟ-สิทธิชัย ลาพิมพ์ เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง

“สำหรับผมข้าวผัดไข่ครับ เมนูที่ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่คนไทยคุ้นรส คนไม่คุ้นครัวทำให้คนรักเป็นมื้อแรก บวกกับความตั้งใจพร้อมใส่ใจลงไป จากข้าวผัดธรรมดาเป็นข้าวผัดแสนพิเศษได้ครับ”

ส่วนผสม
1. ข้าวสวย 1 ถ้วย
2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. ต้นหอมซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
9. พริกไทยป่น

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะรอจนน้ำมันเดือด ตอกไข่ลงไปแล้วค่อยๆ คนให้ไข่มันเป็นก้อน ไม่ให้เละจนเกินไป
2. พอไข่กึ่งสุกกึ่งดิบให้เอาข้าวลงตามไปผัดแล้วก็ใส่เครื่องปรุง ได้แก่ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำมันหอย
3. ใส่ต้นหอมซอยผัดวัตถุดิบเข้ากัน จากนั้นก็ปิดไฟ
4. เสิร์ฟใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชีและพริกไทยป่น เพื่อเพิ่มสีสันและช่วยชูรสขึ้นไม่ให้คาวไข่

 

อ้างอิงรูปภาพ : http://bit.ly/2DZWnVo , http://bit.ly/2P1mEJ5 , http://bit.ly/2LBhX6y , http://bit.ly/2ru5Y3Q , http://bit.ly/2RtH1jP

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 ร้านอาหารที่ควรเลี่ยงในเดทแรก ถ้าไม่อยากให้คู่รักส่ายหน้า

เดทแรกเป็นเดทสำคัญที่จะชี้ชะตาความรักของคุณว่าจะรอดหรือจะร่วง เพราะฉะนั้นการเลือกร้านอาหารสำหรับเดทแรกจึงสำคัญมาก วันนี้เรามี 5 อันดับร้านอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในเดทแรกมาฝากกัน เพื่อให้เดทแรกของคุณเป็นเดทที่น่าประทับใจ <3

1.ร้านอาหารเมนูเส้น

ร้านอาหารเมนูเส้นในที่นี้เป็นได้ทั้งก๋วยเตี๋ยว , ขนมจีน เพราะการรับประทานเมนูประเภทนี้ทำได้ยากมาก ยิ่งสำหรับคนต้องการที่จะกินแบบสุภาพ ๆ แล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะเส้นพวกนี้สามารถสะบัดไปมา และทำให้เสื้อคู่เดทของคุณเปื้อนได้ง่าย ๆ

ร้านเมนูเส้น เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก , ขนมจีน , สปาเก็ตตี้

2.ร้านอาหารเมนูแกะ

ร้านอาหารเมนูแกะในที่นี้มีหลายแบบแต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือร้านที่ขายของทะเลประเภทกุ้ง หอย ปู เพราะอาหารประเภทนี้ในการรับประทานต้องใช้มือในการช่วยแกะ ซึ่งมันคงเป็นอะไรที่ไม่งามเท่าไหร่ที่จะให้คู่เดทมานั่งมือเปื้อนแกะกุ้งกิน

ร้านเมนูแกะ เช่น ร้านอาหารซีฟู้ด กุ้ง , หอย , ปู

3.ร้านอาหารเมนูแทะ

ร้านอาหารเมนูแทะในที่นี้คืออาหารประเภทที่ต้องใช้การกัด แทะ ดูด เพื่อกินซึ่งแน่นอนเดทแรกใคร ๆ ก็อยากให้ดูดีสำหรับอีกฝ่าย  แต่ต้องมานั่งแทะไก่ทอดกับซี่โครงหมูคู่เดทคุณคงไม่ปลื้มเท่าไหร่

ร้านเมนูแทะ เช่น  ไก่ทอด , เล้งแซ่บ , ซี่โครงหมูย่าง

4.ร้านอาหารเมนูคำโต

ร้านเมนูคำโตมีหลายแบบพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ อาหารประเภทที่ต้องใช้การกัดหรือการอ้าปากที่กว้างกว่าการกินอาหารประเภทอื่น ซึ่งแน่นอนการที่ต้องอ้าปากกว้าง ๆ กินอาหารต่อหน้าคู่เดทแรกคงไม่ใช่เรื่องที่น่าจดจำสักเท่าไหร่

ร้านเมนูคำโต เช่น บิ๊กเบอร์เกอร์ , ซูชิคำโต

5.ร้านอาหารเมนูกลิ่นแรง

ร้านเมนูกลิ่นแรง เอาจริง ๆ แล้วหลายเมนูที่มีกลิ่นแรงก็อร่อยเกินห้ามใจใครหลายคน แต่การชวนคู่รักไปกินส้มตำปูปลาร้าใส่สะตอในเดทแรกก็ดูจะเป็นอะไรที่ แรงไปสักนิดหนึ่ง (หมายถึงกลิ่นนะครับ)

ร้านเมนูกลิ่นแรง เช่น ส้มตำปลาร้า , ขนมปังกระเทียม

 

แต่อย่างไรก็ตามการเดทเป็นเรื่องการตัดสินใจระหว่างคน 2 คน อย่าลืมถ้าถามคู่ของคุณด้วยว่าเขาอยากทานอะไรเป็นพิเศษในเดทแรกเพราะความเอาใจใส่นี้แหละคือสิ่งที่จะทำให้คู่รักประทับใจในเดทแรก <3

 

อ้างอิง

https://bit.ly/2DT5eYD

https://bit.ly/38jYp0y

https://bit.ly/2Rr5Lct

ภาพจาก

https://bit.ly/2LxYGmD https://bit.ly/2LMKHtj https://bit.ly/2EbMa8c

https://bit.ly/2sjQ8sK

https://bit.ly/34k6mj6

https://bit.ly/36riFLO

https://bit.ly/2taYG5L

https://bit.ly/2rsuDGh

บทความที่เกี่ยวข้อง

4 เทคนิคถ่ายรูปให้แฟนที่ผู้ชายควรรู้

ขอมือคนที่ถ่ายรูปให้แฟนแล้วไม่โดนบ่นหน่อยครับ! ไม่มี..แสดงว่าเราคือเพื่อนกัน

ไม่ต้องหงุดหงิดไป ขนาดช่างภาพอิสระอย่างพีช วรุตม์ ไฉไลพันธุ์ เจ้าของเพจ Peachy Photo ผู้เคยไปลั่นชัตเตอร์ที่งานแต่งแม่ชม “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” มาแล้วยังโดนแฟนสาวตัวเองบ่นได้เลย แต่เรื่องนี้คุณพีชบอกมีทางแก้หลังจากโดนบ่นมานาน บอกเลยว่าไม่ยาก ไปดูกันเลยว่าเราจะแก้ปัญหานี้กันยังไง

หาปัญหาให้เจอก่อน

            อันดับแรกเราต้องเข้าใจปัญหาก่อนว่ามันมีอะไรบ้าง คุณพีชบอกว่าสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักบ่นเรา คือ ทำไมต้องถ่ายรูปให้เขา ‘อ้วน’ ‘เห็นเหนียง’ ‘ตัวใหญ่’ ‘แขนใหญ่’ ‘หน้าดำ’ มันก็คือทุกสิ่งที่ผู้หญิงคิดว่าเขาสวยไม่เท่าตัวจริงนั่นแหละซึ่งปัญหานี้จริง ๆ แล้วผู้ชายอาจมองว่ามันเป็นความจริง ผู้หญิงอ้วนเอง เหนียงใหญ่เองหรืออะไรก็ตามแต่ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องแก้ไขได้และผู้ชายต้องเป็นคนบอกเขา

ถ่ายรูปให้แฟนสวยอย่างไรได้บ้าง

  1. ถ่ายแล้วไม่อ้วน

ต้องไม่ให้ผู้หญิงยืนตรงเหมือนถ่ายบัตรประชาชน เพราะจะทำให้ตัวตัน จากที่อ้วนอยู่แล้ว ดูในกล้องแม่งคูณ 10 ไปเลย วิธีแก้ก็แค่บอกให้แฟนหันข้างสัก 45 องศา ยกศอกขึ้นอย่าให้แขนติดลำตัวมากไปหรือว่าเซฟ ๆ เลยก็หาที่หลบตามมุมกำแพงหรือต้นไม้ ให้ผู้หญิงยื่นหน้าออกมาแบบจ๊ะเอ๋แค่นี้ก็ผอมลงแล้ว

แต่ถ้าอยากได้แบบชั้นสูงขึ้นมาอีกนิดก็ต้องเล่นแสงกับเงา โดยให้แสงตกที่หน้า ให้เงาตกที่ตัวหรือส่วนที่อวบที่สุดของแฟน มันก็จะทำให้รูปมีมิติ มีความน่าค้นหามากขึ้นด้วย

  1. ถ่ายแล้วหน้าไม่บาน

อย่างแรกคือถ่ายไกล ๆ ไปเลยเล็กแน่นอน อย่างที่สอง คือ ถ้าต้องการถ่ายแค่ครึ่งตัว ผู้ชายลองยกกล้องขึ้นหน่อย อย่าถ่ายแบบเสยเหนียง ยิ่งเสยก็ยิ่งอ้วน ยกกล้องขึ้นสักประมาณเหนือหน้าผากนิดหน่อย ถ่ายกดลงมาก็จะดูดีขึ้น หรือจะลองให้ผู้หญิงใช้มือปิดบางส่วนที่ใบหน้า เช่น คางหรือแก้ม มันก็เป็นท่าที่น่ารักดี

  1. ถ่ายแล้วขายาวขึ้น

ถ้าจะให้ผู้หญิงขาดูยาวขึ้น ก็คือ อย่าเหลือพื้นที่ข้างล่างของรูปไว้เยอะ บางคนเข้าใจว่าถ่ายแบบกดมุมกล้องลงจะทำให้ขายาว แต่ผิดมากยิ่งกดยิ่งขาสั้นจ้า ทางที่ดีให้ตั้งกล้องไว้ประมาณเอวผู้หญิงแล้วช้อนขึ้นมานิดหน่อย พยายามให้ขาแบบอยู่ติดกับขอบล่างของกล้อง ถ้าใช้กล้องมือถือรับรองขายาวชัวร์ หรือถ้าแฟนพ้อยต์เท้าก็บอกให้ชี้ปลายเท้ามาหากล้องอย่างนี้ก็ได้

  1. ถ่ายแล้วแขนไม่ใหญ่

อันนี้จะยากนิดนึง แต่สิ่งที่พอแก้ได้ คือ เอามือมาปิดแขน ลองเอามือเท้าสะเอวเล็ก ๆ ไม่ก็เอามือล้วงกระเป๋า เปิดศอกขึ้นหน่อยให้มีช่องว่างระหว่างข้อศอกกับลำตัวก็อาจจะช่วยให้แขนไม่ใหญ่ได้

ถ้าผู้หญิงอารมณ์เสียเพราะภาพที่เราถ่าย เราต้องพูดยังไงให้เธอใจเย็นๆ

สิ่งสำคัญ คือ หลีกเลี่ยงความจริง อย่าพูดอะไรที่ตรงเกินไป เช่น ถ้าแฟนบอกว่า “ทำไมถ่ายมาอ้วนจังเลย” อย่าไปตอบว่า “ก็เธออ้วน” ไม่งั้นพังแน่ ลองเปลี่ยนไปใช้คำพูดอ่อนโยนดู เช่น

“ลองถ่ายใหม่ไหม?”

“ลองมาดูมุมกันก่อนไหมว่ามุมไหนเธอโอเค” ให้โอกาสเขาได้เลือกมุมสวยของตัวเองและคุณตามที่เขาบอกได้ มันก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของคุณที่มีต่อเขา

นอกจากนี้ สิ่งที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุด คือ เปิดกล้องหน้าแล้วหันไปให้ผู้หญิงดู เขาจะมองเห็นว่ามุมไหนสวย พอได้มุมแล้ว เราก็แค่ถามเขาว่าพร้อมไหมแล้วเราก็กดชัตเตอร์ให้เขาเท่านั้นก็จะดีขึ้น เพราะถ้าเราโมโหไป ผู้หญิงก็ไม่ได้รูป ไม่พอเราก็หงุดหงิดด้วย กลายเป็นพังทริปที่จะไปเที่ยวกันอีก เพราะฉะนั้นถ้าหาทางลงที่ใจเย็นๆ ได้ก็น่าจะดีกว่า

เทคนิคของคุณพีชไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ทริปหน้าถ้าไปกับแฟนก็เอาไปใช้ได้เลยคุณพีชไม่หวง

บทความที่เกี่ยวข้อง

4สิ่งที่ควรพูดและไม่ควรพูดเมื่อแฟนของคุณเป็นประจำเดือน !!

คุณผู้ชายเคยสงสัยไหมว่า ทำไมจู่ๆ แฟนคุณที่ปกติน่ารักราวกับนางฟ้า ถึงกลายร่างเป็นนางมารไปเลยหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ซึ่งสาเหตุที่เธอบอกมาก็คือ เธอกำลังโดนเจ้าประจำเดือนตัวร้ายครอบงำชีวิต ซึ่งเจ้าประจำเดือนนี้เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตรักวุ่นวายไปเลยช่วงหนึ่งของเดือน วันนี้ เราจึงมานำเสนอสิ่งที่คุณผู้ชายควรทำ และไม่ควรทำ ในช่วงที่แฟนของคุณกำลังจะเป็นประจำเดือนอยู่นั่นเอง

Do : เราเสียใจที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี ขอโทษนะ
Don’t : เธอนั่นแหละผิด จะอะไรนักหนา งี่เง่าอีกแล้ว

เปิดมาเรื่องแรกก็สำคัญมากเลยนะ! เพราะช่วงก่อนที่คุณผู้หญิงมีประจำเดือน จะมีอาการหนึ่งที่ชื่อว่า PMS (Premenstrual Syndrome) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนนั่นเอง ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการหงุดหงิด! เครียด! โกรธง่าย! อารมณ์แปรปรวน! และทั้งหมดนี้จะส่งผลให้คุณผู้หญิงมีความรู้สึกอ่อนไหวที่สุด อะไรกระทบจิตใจเพียงเล็กน้อยก็อาจจะปรี๊ดแตกหรือร้องไห้เลยก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายจะต้องใจเย็นๆ และฟังคุณผู้หญิงสักหน่อย ทำความเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเธอเป็นนี้คือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เธอกำลังโดนฮอร์โมนควบคุมร่างกายอยู่ คุณผู้ชายจึงควรควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าเพิ่งโทษว่าเป็นความผิดของเธอ และพยายามพูดในสิ่งที่เธออยากฟังแทน แค่นี้ก็โอเคแล้ว

Do : ปวดมากเลยเหรอ เดี๋ยวเค้าหาซื้อยาให้นะ
Don’t : จะบ่นอะไรนักหนา ก็เป็นอยู่ทุกเดือน

คุณผู้ชายต้องเข้าใจสักนิดในเรื่องการปวดท้องในช่วงเป็นประจำเดือน เพราะอาการปวดนี้มันเป็นอาการปวดที่หน่วงๆ ปวดแบบหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วอาการนี้จะเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงทุกๆ เดือนเลยนะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณผู้ชายควรหลีกเลี่ยงแบบสุดๆ เลยก็คือ การแสดงอาการหงุดหงิดที่แฟนของคุณเอาแต่บ่นปวดท้อง เพราะจะทำให้แฟนของคุณที่ฮอร์โมนกำลังไม่คงที่ปรี๊ดขึ้นมาทันที ทางที่ดีคุณเพียงแค่ทำความเข้าใจว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ พยายามหาสิ่งที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องให้เธอ ก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว

Do : อยากกินอะไรเพิ่มอีกไหม เดี๋ยวพาไปกินนะ
Don’t : จะกินอีกแล้วเหรอ อ้วนเป็นหมูพอดี

เวลาประจำเดือนมา ฮอร์โมนที่แปรปรวนจะสั่งให้ร่างกายหิวไม่หยุดฉุดไม่อยู่ (แต่บางคนก็ไม่อยากกินอะไรเลย แล้วแต่คนเหมือนกันนะ) เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยถ้าคุณผู้หญิงจะอยากกินโน่นกินนี่ กินคาวจบต่อหวานผ่านไปสามนาทีอยากกินคาวอีกแล้ว เพราะพวกเธอหยุดไม่ได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณผู้ชายควรทำก็คือเข้าใจและตามใจพวกเธอไปก่อน และห้ามพูดว่าถ้าเธอกินเยอะจะอ้วน เพราะกินเยอะช่วงเป็นประจำเดือนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้นะ

Do : เรารักเธอนะ
Don’t : จะให้พูดว่ารักอะไรบ่อยๆ

อย่างที่ว่าแหละว่าด้วยความที่คุณผู้หญิงฮอร์โมนแปรปรวน หลายๆ อย่างก็รวนตาม ปกติอาจจะเป็นสาวห้าวไม่แสดงออกทางความรักกับคุณ แต่พอมีประจำเดือนกลับขี้อ้อนอยากฟังคำว่ารักขึ้นมาก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นคุณควรปรับตัวตามความต้องการของพวกเธอนะ เพียงแค่คำว่ารัก หรือการแสดงออกทางความรักในรูปแบบต่างๆ เช่นกันการกอด การหอมแก้ม เมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็แสดงออกกับเธออย่างเต็มที่ไปเลย! พยายามอย่าไปบอกว่าเธอทำตัวแปลกๆ หรือปฏิเสธการแสดงความรักเลย เพราะฮอร์โมนที่แปรปรวนนี้อาจจะทำให้เธอเข้าใจว่า คุณไม่รักเธอแล้วก็เป็นได้ (ร้องไห้)

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณผู้ชายควรทำและไม่ควรทำในช่วงที่แฟนคุณกำลังเป็นประจำเดือน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในทุกๆ ข้อที่กล่าวมาถ้าคุณทำเป็นประจำกับคนรักของคุณได้ก็จะดีมากเลย เพราะการเข้าใจซึ่งกันและกัน การแสดงออกทางความรักให้แก่กัน ก็เป็นสิ่งที่ทุกๆ คู่รักควรมอบให้อีกฝ่ายอยู่แล้วล่ะเนอะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to top
ติดต่อ toolmorrow